Easy Manage , Low Cost , Strong Secutiry

Easy Manage , Low Cost , Strong Secutiry
Thin SolutionSystem Co.,LTD Tel: 083 495 5863
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ News แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ News แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เข้าใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นผ่าน Chome Remote Desktop Google คุณกำลังคิดอะไรอยู่ครับ?

คุณผู้อ่าน... ท่านที่เคารพ

เมื่อผมจะ support คอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้า ก็ใช้แต่ teamviewer เพราะใช้งานง่าย และควบคุม desktop ของเครื่องปลายทางได้อย่างดี ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผมเอาชีวิตรอดได้ในงานแก้ปัญหา อันจะละเลยบุญคุณไปไม่ได้

แต่ teamviewer ของกระผมก็ใช่ว่าจะใจดี มีเมตตาสักเท่าไหร่หรอกครับ เพราะลงผิดตัวเป็น commercial เมื่อไหร่ละก็พวกให้ใช้ได้แค่สามสิบวันเท่านั้นแถมหมดแล้วลงใหม่ก็ไม่ได้ หากไม่เจ๋งจริงคงต้องฟอร์แมตแล้วลงวินโดวส์กันใหม่เลย เพื่อให้เจ้าพ่อประคุณ Teamviewer เขาลงใหม่ได้

วันนี้ได้อ่านข่าวชิ้นหนึ่ง "เขาบอกว่า Chrome ได้ออก Remote Desktop Extension เพื่อแชร์การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับคนอื่น ๆ"

แชร์คอมพิวเตอร์นะครับ ไม่ใช่แชร์แค่ resource บางอย่าง หมายความว่าคนอื่นสามารถเข้าถึงและใช้เมาส์คีย์บอร์ด ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม ต่าง ๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราได้ เหมือน remote desktop ของ windows แต่เจ๋งกว่าเพราะ remote desktop เมื่อคนอื่นเข้ามาก็จะ lock ไปอยู่หน้า login ใช้ได้ทีละฝั่งเท่านั้น แต่ Chome Remote Desktop ไม่ใช่อย่างงั้น ทั้งสองฝั่งใช้ได้พร้อมกันเลย เหมือนกับ teamviewer

โอ.. แบบนี้แล้วจะเอา teamviewer ผู้มีพระคุณของผมไปไว้ที่ไหนหล่ะคุณ google


กระผมคนพุทธ ลูกศิษย์พระ ผู้มีกาลามะสูตรอยู่ในหัวใจ ถ้าไม่ได้ทดลองคงไม่เชื่อง่าย ๆว่าจะเป็นดังนั้น อย่ากระนั้นเลย ลองทดสอบดู เขาให้ทำดังนี้ครับ


1. เปิดโปรแกรม Chrome แล้วเข้า Chrome Store ค้นหา extension ชื่อว่า Remote Desktop พบแล้วให้คลิกติดตั้งได้เลย อ้อโปรแกรมจะให้ใส่ Gmail ด้วยครับ และขึ้นคำเตือนว่า จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณถูกควบคุมได้ทุกอย่าง จะยอมไหม... ติดตั้งก็เพียง next , next ต่อไปจนจบ


Chome Remote Desktop Extension


2. Chrome จะเป็นแทบใหม่โชว์ ให้คลิกเปิด Chrome Remote Desktop ที่หมวด Apps ซึ่งจะนำพาท่านเข้าสู่การแชร์คอมพิวเตอร์ ถึงตรงสำคัญแล้วครับ


2.1 คลิกเลือก "แบ่งปันคอมพิวเตอร์เครื่องนี้" เมื่อต้องการให้คนอื่น (อย่างผมเนี่ย) เข้ามาควบคุม ซึ่งจะ generate code ออกมาให้ชุดหนึ่ง แล้วให้คุณบอกผม.. เอ้ย..บอกคนอื่นครับ
2.2 คลิกเลือก "เข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ใช้ร่วมกัน" ในกรณีที่คุณจะขอเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ซึ่งจะเปิดหน้าต่างให้คีย์ code ที่ได้มาจากข้อ 2.1 นั้น


หมายความว่า Chome ทั้งฝั่งเปิดแชร์และฝั่งควบคุมต้องติดตั้ง Chrome Remote Desktop ทั้งคู่นะครับ



3. เมื่อทั้งสองฝั่งพร้อมแล้ว ก็เริ่มกันได้เลยครับ หน้าจอทั้งหมด (Desktop) จะโชว์ที่ Tab Chrome ณ บัดเดี๋ยวนั้นเลย อยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตด้วยนะ สามารถใช้เมาส์คีย์บอร์ดเปิดโปรแกรมต่าง ๆ เข้าไปในฮาร์ดดิสก์ได้อย่างง่าย ๆ เลย

ถือว่าผ่านการทดสอบตามหลัก กาลามะสูตรมาเรียบร้อย ก็ให้นึกสงกาว่า Google มี extension นี้แล้วจะถือว่าครอบงำตลาด remote desktop หรือไม่ เพราะใช้งานฟรี และการทำงานหลายอย่างก็ออกมาเหมือน teamviewer เป๊ะเลย ทั้งการทะลุผ่านไฟล์วอลล์และการ genkey แต่ทีม develop ของ Chrome ก็บอกมาครับว่าใช้ เครื่องมือ library ต่าง ๆ ดังนี้

The protocol is something we designed and based on several google
technologies:
1. Bottom layer is p2p connection established by libjingle, this can be udp,
tcp or relay through google.
2. We use PseudoTcp implementation in libjingle to provide reliable
connection.
3. On top of that is SSL connection.
4. protobuf is used for structured data and framing.
5. Graphics is encoded using VP8.

อย่างไรก็ตาม teamviewer ของผมก็ยังมี File Transfer เด็ด ๆกว่าอยู่ ยังตัดกันไม่ขาด แต่ถ้าหากหมดอายุอีกเมื่อไหร่ แล้วให้ผมลง windows ใหม่ละก็ ฮึ่ม...

เอวัง...

ข่าวที่มาครับ
http://www.brianmadden.com/blogs/brianmadden/archive/2011/10/10/google-launches-chrome-remote-desktop-full-desktop-sharing-via-chrome.aspx#comments

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

PC 500 ล้านเครื่องในโลกนี้จะรัน Android Appps ได้แล้ว ด้วย Bluestack

Picture From http://www.bizjournals.com/
  
Rosen Sharma, CEO of BlueStacks: “There are 500 million PCs out there today, and hopefully this will run on all of them.”

คุณผู้อ่าน... ท่านที่เคารพ

ผมมันคนรัก notebook ไม่ว่าจะใช้ android หรือ iPad อย่างไร ก็ยังรักที่จะใช้ notebook อยู่ดี ด้วยเหตุที่หน้าจอมันใหญ่กว่า การพิมพ์ก็ง่าย  แต่... เมื่ออยู่กับงานข้างนอก Android กับ iPad ก็ตอบสนองงานได้สะดวกกว่า notebook ก็คิดอยู่ว่า ถ้ามีใครสักคนทำให้ Applications ของ android รันบน notebook จะขอคารวะให้สักสิบจอก...

และแล้วคุณ Rosen Sharma ก็ทำความคิดของผมให้เป็นจริงโดยออกตัวโปรแกรม Bluestack ที่จำลองหน้าจอของ Android มาไว้บน windows ซึ่งทำให้รันโปรแกรมต่าง ๆ ของ Android บนพีซีได้ และยังโอนโปรแกรมที่อยู่บน Android เข้ากับพีซีได้อีกด้วย... แจ่มไหม

Bluestack เปิดเป็นเวอร์ชั่น Alpha อยู่และให้ดาวน์โหลดได้ฟรี ที่ http://www.bluestacks.com/home.php ไฟล์ประมาณร้อยกว่าเมก ดาวน์โหลดมาแล้วให้ติดตั้งได้เลย ตัวโปรแกรม Bluestack จะเป็น Gadgets หนึ่งให้เลือกออกมาโชว์ที่มุมขวาบนหน้าจอได้เลย



เปิดโปรแกรมโดยการคลิกซ้ายที่ Bluestack Gadgets ซึ่งจะสไลต์หน้าเอาโปรแกรมและเกมส์ต่าง ๆ ของ android ที่ติดั้งมาให้ฟรีพร้อมกับตัวติดตั้งออกมาแสดง คลิกเลือกเปิดใช้งานได้เลยครับ หน้าแรกจะเป็นแบบ original screen ถ้าต้องการเปิดเต็มจอก็คลิกปุ่มเต็มเจอได้เลย สะดวกสบายแก่สายตายอย่างยิ่ง

ถ้าต้องการโปรแกรม android เพิ่มจาก Android Store ก็เลือกที่ Get More Apps ซึ่งจะเปิด browser เข้าไปยัง Adnroid Store คุณสามารถเลือก subscripe โปรแกรมที่มีไว้ให้แล้วฟรีๆ ได้เลย โดยการคลิก subscripe ประเดี๋ยวหนึ่งโปรแกรมนั้นจะถูกติดตั้งที่พีซีและแสดงสถานะให้ทราบ พร้อมกับเปิดใช้งานได้โดยผ่านแถบสไลต์ของ Bluestack Gadgets ตามเคย

นอกจากนี้คุณ ๆ ยังสามารถโอน Application ไปยังพีซีได้โดยผ่าน Bluestack Cloud ก็ให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งที่เครื่องแล้วเจ้าตัว bluestack cloud จะเชื่อมต่อกับ android ของคุณดึงเอาโปรแกรมมาแสดงที่ gadgets บนวินโดสว์อย่างง่ายดาย

ดาวน์โหลด Cloud Connect
http://channels.bluestacks.com/home/cloud-connect
สำหรับตระกูล MAC และ Linux ต้องรอไปก่อนครับ

อย่ามองว่า bluestack เป็นเพียงของเล่นๆนะครับ เพราะ Cirtix ตาไว ใจกล้า ได้จับเอา Bluestack เป็น plug-in ใน Citrix Receiver เพื่อทำหน้าที่ส่ง Android Application ไปให้กับ device ปลายทางเรียบร้อยแล้ว ทำให้สาวกของ citrix ได้เพิ่มมูลค่าการทำงานของตนเองด้วย application หลากหลายมากยิ่งขึ้น กล่าวโดย Citrix CEO Mark Templeton announced at Citrix Synergy in San Francisco

ขอให้มีความสุขกับการทดสอบใช้โปรแกรมในวันหยุดนี้นะครับ....
เอวัง


วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

โรงเรียน Telfair Georgia เลือกใช้ 2X เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษา

โรงเรียน Telfair ในระดับ K-12 (ประมาณมัธยม 6) ซึ่งเป็นโรงเรียนชนบท ได้ประสบกับความท้าทาย ที่จะสร้างโอกาสทางการเรียนให้กับนักเรียนของตนเสมอเท่ากับโรงเรียนอื่น ๆ ในเมือง ได้เลือกเอา 2X Published Application และ 2X ThinClientServer เป็นตัวช่วยให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลในห้อง LAB หรือจาก FTP ในโรงเรียนได้จากสถานที่ต่าง ๆ ช่วยให้การเรียนการสอนระหว่างครูกับนักเรียนสะดวกมากยิ่งขึ้น

"เทคโนโลยีแรกที่พิจารณาก็คือ Citrix ซึ่งมีคุณสมบัติมากมายที่ไม่ได้ใช้แต่ต้องจ่ายในราคาเต็ม เกินความจำเป็น"

"คุณภาพของโซลูชั่นต้องอยู่บนพื้นฐานที่โรงเรียนมัธยมจะจ่ายได้ในงบประมาณด้านไอทีที่มีจำกัด"

"2X มีคุณสมบัติและการให้บริการที่เหมือนกับ citrix ทั้งตรงกับความต้องการใช้งานในโรงเรียน ภายใต้งบประมาณไอทีที่ต่ำกว่า citrix และการใช้งานที่ได้มานั้น ช่วยให้ประหยัดงบประมาณลงไปได้อีก 50% จากงบไอทีที่ตั้งไว้อีกด้วย"



Dallas, Texas, November 4, 2009 – As a rural Georgia school district, Telfair County Schools was faced with the challenge of affording its students the same educational opportunities as other, wealthier school districts, who routinely provided their students with advanced technology offerings. To match the capabilities of peer districts, Telfair chose to deploy a 2X ApplicationServer solution, along with the 2X ThinClientServer, to guarantee reliable remote application access to their schools’ computer labs and FTP system. Use of the solution will allow students the use of quality published applications in school computer labs, while providing teachers access to critical files and applications outside the classroom.

David Walker is Telfair County Schools’ Director of Technology, who monitors the technology requirements of the district’s elementary, middle and high school. Due to the district’s small size, up until this year, David has run his department single-handedly, making the search for a straightforward, easy-to-manage connection broker solution a critical pursuit. David first considered using a Citrix solution, claiming that the product was “feature rich, but came with a cost that far outweighed any potential benefit we would receive from the solution.” Wanting to maximize benefits for the district’s students on a fixed IT budget, David began investigating more cost-effective options, eventually settling on a 2X solution. He states that while he “was impressed with the Citrix features list, 2X has a great product as well, and was able to meet every requirement we were looking for, at a much lower cost.” As a result, rather than paying additional hardware and licensing costs, he is now saving “well over 50% from our original costs,” significantly more than what was possible using a Citrix solution.

In deploying his 2X solution, David purchased both the 2X ApplicationServer and the 2X ThinClientServer, to provide effective remote application access while effectively converting his existing desktops to function as thin clients. He chose to install the 2X ApplicationServer to 12 terminal servers, with a total of 9 Windows 2003, 32-bit and 3 Windows 2008, 64-bit servers. While initially choosing the Virtual Iron virtualization platform, he explains that he is in the process of switching to a VMware platform, specifically considering VSphere 4. Despite changes in virtualization platforms and the number of users serviced, David notes that 2X’s per-server license model and virtualization platform-independent design ensure that he can service as many users as possible from his 2X server with no required licensing changes or virtualization platform integration problems. This flexibility has created a “powerful, yet simple solution” that he can “trust completely.”

Apart from providing significant cost savings and improving remote application publishing reliability, David boasts that choosing 2X provided his district with specific advantages when compared to his original solution. Though he admits that other solutions also provided a broad array of features, David claims a defining advantage of his 2X solution is the “simple, straightforward way it performs the functions it’s designed to perform.” Speaking to IT professionals in other districts, David became aware of the lengthy process required to complete Citrix installations, noting that to install their solution properly, Telfair would “need a lot more hardware, and the solution would take far more upkeep to maintain.”
David notes that though it’s a feature-rich solution, if he had continued with his original Citrix choice, he “didn’t know that it would’ve done everything we were expecting,” claiming that the simplicity of 2X solutions “ultimately makes them the better product.” Use of his 2X solution thus gives David little day-to-day stress in meeting the needs of Telfair’s students. Based on the success of his 2X experience so far, he explained that this year, he would like to “make applications available to students at home, allowing them to continue to have access to teaching materials after the end of the school day.” He explains that as long as his server can handle additional users, his 2X ApplicationServer solution can bear the heavier load with ease, making hardware capabilities the only limit to network expansion.

ที่มา
http://www.2x.com/blog/2009/11/news/telfair-county-schools-trusts-2x-for-educational-excellence/
For more information, please read the case study

ก็ให้คิดถึงการศึกษาบ้านเราครับ..
ข่าวที่จะแจก tablet ให้กับนักเรียตั้งแต่ชั้นประถมเลยนั่น ทางโรงเรียนมี content หรือ software ที่จะให้ tablet เหล่านั้นเรียกใช้งานหรือยังครับ... ใช่แต่ว่ามี hardware แต่ไม่รู้จะใช้ content ที่ไหน.. นี่แหละคนรวยจริง ๆ

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

2X Application ได้รับคะแนนโหวดสูงสุดสองปีที่ virtualizationadmin.com


Application Server

2X Application โปรแกรมที่มีความสามารถเหมือน citrix ในเรื่อง published application มีความปลอดภัยสูงกว่าในระดับเลเยอร์สอง ( filter MAC  ) และเลเยอร์สามของเน็ตเวิร์ก ( filter User ) ได้รับการโหวตจากผู้อ่านใน virtualizationadmin.com มีคะแนนสูงสุด ถึงสองปีซ้อน โดยในปี 2009 2X Application ได้รับการโหวด  40% อันดับสองคือ Virtual Access Suite (Enterprise Edition) ได้ 14% ในปี 2011 2X Application ได้รับการโหวต 33% อันดับสองคือ terminalRDP ได้ 19%

July 27, 2011 - 2X ApplicationServer for Windows Terminal Services was selected the winner in the Application Servers category of the VirtualizationAdmin.com Readers' Choice Awards


Results
1st2X ApplicationServer for Windows Terminal Services33%
2ndTerminalRDP19%
3rdQuest vWorkspace (Enterprise Edition)9%
4thThinworx8%
5thvisionapp Server Management7%
6thJetro CockpIT5%
7thAppliDis Fusion 43%
8thHOBLink JWT2%
8thPowerTerm WebConnect Enterprise2%
8thPropalms TSE2%
Others10%

ชี้ให้เห็นถึงความนิยมใช้โปรแกรมจากที่ใด ๆ โดยไม่จำกัดพื้นที่ ๆ จะต้องอยู่ในออฟฟิตเท่านั้น ซึ่ง 2X Application และ citrix เป็น solution ที่ตอบโจทก์นี้ได้ ในขณะที่ 2X มีราคาที่ถูกว่า ติดตั้งง่าย ใช้เวลาน้อยกว่า citrix ถึง 10 เท่า 2X Application จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับบริษัทที่ต้องใช้แอพพลิเคชั่นเดียวกันในสาขา จากที่ต่าง ๆ โดยผ่าน VPN หรือ leaseline

2X ยังมีให้ทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจ ได้ 15 วัน 5 user อีกด้วย สนใจติดต่อมาครับ...

บริษัท ธินโซลูชั่น ซิสเต็ม จำกัด
Partner 2X : Advanced
www.thinclientclub.com


ที่มาของข่าว
http://www.virtualizationadmin.com/news/general/VirtualizationAdmin-Readers-Choice-Award-Application-Servers-2X-ApplicationServer-for-Windows-Terminal-Services-Jun11.html

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เนคเทค จัดสัมมนา OpenOffice Day 2011 แถลงความก้าวหน้าของไทยในการพัฒนาโอเพนซอร์ส

ซึ่งจัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค), การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และสมาคมสมาพันธ์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย (TOSF) ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า บางกะปิ วันที่ 7 มิถุนายน 2554 นี้ตั้งแต่ สี่โมงเ้ช้าจนถึงสี่โมงเย็น

งานนี้ฟรี.. ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในงานจะมีบริษัทใหญ่ ๆ ที่นำเอาโอเพนซอร์สไปใ้ช้ จนประสบความสำเร็จในการลดการใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เช่น MS-Office มาพูดคุยใหัผู้เข้าร่วมได้รับฟัง แนวคิดและวิธีการนำไปใช้ด้วย เช่น บริษัท ไทยประกันชีวิต , การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น

บริษัทเอกชน,หน่วยงานภาครัฐ,สถาบันการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ที่ำกำลังจะปรับเปลี่ยนการใช้โปรแกรมจาก MS-Office ไม่ควรพลาดงานนี้

ด้วยเหตุผลหลายข้อที่ผมจะไปงานนี้เช่นกัน คือ

1. ผมเคยใช้โปรแกรม office.org ทั้ง office มาแล้วครั้งหนึ่ง ยังไม่ประสบความสำเร็จ
2. อยากทราบเช่นกันว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ office.org ใช้ร่วมกับไฟล์เดิม ๆ ที่เป็น ms-office (Word,Excel,PowerPoint) หลาย ๆ ข้อแก้ไขแล้วหรือยัง
3. บริษัทที่มีเอกสารเป็น ISO มีการจัดวางฟอร์มต่าง ๆ ไว้แล้วเปิดด้วย office.org จะยังคงสภาพเดิมอยู่หรือ
4. อยากทราบ roadmap เพื่อให้เกิดความมั่นใจ เมื่อ Sun ซื้อ JAVA และปลดโครงการ Office.org ออกไป ถึงแม้ปัจจุบันจะใช้ชื่อใหม่เป็น LibreOffice แล้วก็ตาม

ถ้าสร้างความมั่นใจให้เราได้

ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังอีกครั้ง..

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี ที่นี่
แผนที่การเดินทาง ที่นี่







กำหนดการในวันที่ 7 มิถุนายน 2554

10:00-10:40 แถลงข่าวการปรับปรุง OpenOffice และทิศทางของภาครัฐ
• เนคเทค, การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

10:40-12:00 เสวนา ความสำเร็จในการเปลี่ยนมาใช้ OpenOffice
• การไฟฟ้าฝ่ายผลิต, บมจ.S&P, บ.ไทยประกันชีวิต, บ.ดีเอชเอ สยามวาลา

12:00-13:00 lunch

13:00-13:40 LibreOffice - ชื่อใหม่ของ OpenOffice
• บ.Osdev

13.40-14:20 ทำอย่างไรให้ประเทศไทยใช้ OpenOffice
• นิตยสาร OpenSource2Day

14.20-15:00 เปลี่ยนมาใช้ OpenOffice ให้ สำเร็จ
• บ.Osdev

15:00-15:40 การผลักดัน OpenOffice ใน องค์กร
• STKS สวทช.

15:40-16:00 ชิงรางวัล

รายละเอียดข่าวเพิ่มเติม
http://www.nstda.or.th/news/5284-openoffice-day-2011

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ซีไอโอชั้นนำ แนะกลยุทธ์ไอที รับมือวิกฤติเศรษฐกิจ "ไม่ปรับลดงบประมาณ แต่ใช้อย่างชาญฉลาด"



(ภาพประกอบจาก http://img.ryt9.com)

การสัมมนา​เชิงวิชา​การ ​เรื่อง “กลยุทธ์ฝ่าวิกฤติของ CIO” ณ ห้อง​เวิลด์บอลรูม ชั้น 23 ​โรง​แรม​เซ็นทารา ​แกรนด์ ​และบางกอกคอน​เวนชั่น ​เซ็น​เตอร์ ​เซ็นทรัล​เวิลด์ ​ซึ่งจัด​โดยสมาคมซี​ไอ​โอ ร่วมกับนิตยสาร CIO World & Business ​การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์​เพื่อ​ให้​ผู้บริหารระดับสูง ​ได้ตระหนัก​ถึงผลกระทบจากภาวะ​เศรษฐกิจที่ถดถอย รวม​ทั้งระดมสมองวิ​เคราะห์ผลกระทบที่อาจ​เกิดขึ้น ​เพื่อหา​แนวทางรับมือ​และ​การ​แก้​ไขปัญหา​ในอนาคต ​โดย​การสัมมนาดังกล่าว​ได้​เชิญ​ทั้ง​ผู้บริหาร​เทค​โน​โลยีสารสน​เทศระดับสูง (CIO) ​และ​เจ้าหน้าที่ฝ่าย​เทค​โน​โลยีสารสน​เทศจากหน่วยงานราช​การ รวม​ถึงองค์​การ​เอกชน​เข้าร่วมประชุมจำนวน 300 คน

กลยุทธ์เด็ดที่นำมาถ่ายทอดสู่วงสัมมนาคือ ต้องใช้ไอทีเข้ารับมือวิกฤตเศรษฐกิจ โดยนำข้อมูลมาวางแผน พร้อมกันนี้ต้องศึกษาโอเพ่นซอร์สอย่างจริงจัง ลดระบบงานซ้ำซ้อน และเจรจาต่อรองเจ้าของผลิตภัณฑ์ให้ได้ราคาและบริการที่ดี ทุกรายบอกตรงกันว่าไม่ปรับลดงบประมาณใช้จ่ายไอที แต่ต้องใช้อย่างชาญฉลาด


เริ่มกันที่นายไชยเจริญ อติแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพีทีที ไอซีที โซลูชั่น จำกัด ผู้ให้บริการไอทีแก่บริษัทในเครือปตท ยืนยันว่า ปกติ ปตท ใช้ไอทีอย่างชาญฉลาดอยู่แล้ว ช่วงวิกฤตก็ไม่ลดงบประมาณด้านไอทีลง เพราะธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไป การทำงานต้องดูความต้องการของภายในองค์กร โดยมีแนวคิดต้องทำมาตรฐานบริการของบริษัทเท่ากับ หรือดีกว่าตลาด

ทั้งนี้ การที่ ปตท ก้าวสู่อันดับ 118 ในฟอร์จูน 500 แน่นอนว่าต้องมีไอทีเป็นตัวขับเคลื่อนพอสมควร เมื่อเกิดวิกฤตต้องปรับทิศทางไอทีกับธุรกิจให้สอดรับกัน ซึ่งชีวิตซีไอโอ เหมือน 1 ใน 3 ของเวนเดอร์ ต้องชาญฉลาดที่จะคุยและใช้จังหวะให้เหมาะสม เช่น เจรจากับเวนเดอร์ให้รับผิดชอบงานเหมือนเดิม

เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ผมเรียกเวนเดอร์มาคุย เพราะเขามีปัญหาลอยแพพนักงาน ไม่ยอมจ่ายเงินเดือนตั้งแต่ต.ค. ถึงธ.ค. พอคนไม่มีเงินก็ขาดขวัญกำลังใจทำงาน จึงมีผลกระทบต่อการทำงานให้ ปตท ที่เป็นลูกค้าอีกทอด จนจบปัญหาลงได้


อย่างไรก็ตาม ช่วงวิกฤตทำให้สิ่งต่างๆ ไม่เหมือนเดิม เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสของนวัตกรรมเกิดขึ้นเสมอ ฉะนั้นต้องมีทีมศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งอาชญากรรมไซเบอร์ ระบบคลาวด์ การหลอมรวมเทคโนโลยี

ขณะเดียวกันต้องเตรียมพร้อมรับมือสิ่งใหม่ๆ จนอยู่ตัวซึ่ง ปตท เริ่มการทำงานที่บ้านเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยการกระทำสิ่งใหม่ๆ ต้องซ้อมก่อนจนมั่นใจว่าสามารถทำได้จริง

อีกทั้งต้อง"โคชชิ่ง"คนไอทีรุ่น ใหม่ในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การ"เทรนนิ่ง" ที่ยึดตำรา แต่ต้องเพิ่มโอกาสให้คิด และสร้างสรรค์ โดยไม่ตัดค่าใช้จ่าย แต่ต้องเลือกสิ่งที่มีประโยชน์ให้ ซึ่งคนรุ่นใหม่จะคิดสิ่งใหม่ๆ ที่คนรุ่นเก่าคิดไม่ได้

"คนรุ่นผมทำให้ไอทีในประเทศแพ้ประเทศที่ 1 ที่ 2 และกำลังจะแพ้ประเทศที่ 3 จึงอยากสร้างคนไอทีรุ่นใหม่ให้ชนะด้วยการโคชชิ่ง ที่เป็นลักษณะ 2 ทาง ไม่ใช่เทรนนิ่งที่เป็นป้อนทางเดียว"


นายจรัมพร โชติกเสถียร รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเทคโนโลยี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเกิดวิกฤต ธนาคารได้เจรจาต่อรองกับเวนเดอร์ทุกราย ไม่ใช่ต้องการทำให้กำไรของแต่ละรายลดลง แต่ให้สะท้อนไปถึงสำนักงานใหญ่ เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม

พร้อมกันนี้ ต้องดูระบบงานที่ซ้ำซ้อน สิ่งใดยุบรวมกันได้ต้องจัดการ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา ควบคู่กับการจัดการความต้องการของผู้ใช้ที่ปกติจะมี 2-3 เท่าของความสามารถที่จะจ่ายได้ ต้องเลือกซื้อตามลำดับความสำคัญ จัดการการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบให้ง่ายและชัดเจน

รวมถึงพิจารณาความคุ้มค่าของการเป็นเจ้าของ และใช้ระบบแบ่งปันบริการ จากการที่มีบริษัทในเครือมาก ก็เริ่มย้ายงานบริการที่แบ่งปันกันได้ทำเป็นแผนกหนึ่งไปไว้ด้วยกันที่บริษัทแม่

นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานอินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี เซอร์วิส บริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส จำกัด แนะนำว่า บริษัทเหมือนร่างกาย ต้องพิจารณาดีๆ ว่าจะตัดกล้ามเนื้อ หรือไขมัน สิ่งไหนควรชะลอ หรือเลื่อนกำหนดออกไปแทนการตัด มิฉะนั้น จะกลายเป็นลดค่าใช้จ่ายระยะสั้น แต่ระยะยาวจะจัดการไม่ได้

เธอฝากข้อคิดในการจัดการระบบไอทีที่ เหมาะสม คือ โครงการไหนราคาสูง ให้ดูว่าลงทุนแล้วซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นไหม ชะลอไปได้หรือไม่ ต้องทำระบบคลังข้อมูลแอพพลิเคชั่นว่ามีอะไรอยู่บ้าง เพราะบางอย่างอาจซื้อมาแล้วใช้งานเพียง 10-15% แต่ต้องจ่ายค่าดูแลเต็มทุกปี ถึงไม่เคยทำมาก่อนก็ต้องเริ่ม เนื่องจากเป็นประโยชน์ระยะยาว

ประโยชน์ที่จะได้เห็นทันทีอย่างหนึ่งคือ การรักษาความปลอดภัยข้อมูลในระบบ พอจัดทำอินเวนทอรี่จะทำให้รู้ว่าอะไรไปอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ไหน หลายๆ องค์กรซื้อแอพพลิเคชั่นมา จ่ายเงินค่าเมนทิแนนซ์ครบทุกปี แต่อัพเดทไม่ครบทุกแพตช์


นอกจากนี้ ตัวองค์กรมีคนไอทีเท่าไร แบ่งงานอย่างไร จัดการดีๆ จำนวนคนเท่าเดิมแต่จะได้งานมากขึ้น บริหารการจัดซื้อและบริการให้ดี ควบคู่กับการจัดการโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูลที่ดี หาเทคโนโลยีมาช่วยจะลดค่าใช้จ่ายได้

เธอบอกด้วยว่า ตามข้อแนะนำข้างต้น หลายๆ องค์กรเริ่มทำบางอย่างได้เอง เช่นการจัดสรรหน้าที่งาน แต่ก็ใช้บริการที่ปรึกษาในบางเรื่องได้ ได้แก่แนวคิดการดำเนินการ การจัดการแอพพลิเคชั่นที่เก็บสะสมไว้มากมาย

นางวัลลภา เปี่ยมนพเก้า ผู้อำนวยการฝ่ายช่องทางการตลาด บริษัทอีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ จำกัด บอกว่า ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ยอดขาย และงบประมาณไอทีล้วนไม่เพิ่ม แต่ข้อมูลเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลาเช่นนี้ "คลีน อัพ" ข้อมูลในองค์กร

เธอให้ข้อแนะนำว่า จะต้องจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดการสูญหาย โดยการใช้งานอย่างถูกคนถูกหน้าที่ ทำอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ซ้ำซ้อน ที่สำคัญทำอย่างไรให้ข้อมูลนั้นๆ กลับมาช่วยธุรกิจขององค์กรให้ได้


นายสุชาติ ตันธนะเดชา อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า วัฒนธรรมในองค์กรต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับวิกฤตที่มาถึง มิเช่นนั้นองค์กรจะลำบาก พร้อมกับฝากคำคมชวนคิดว่า สุดยอดของการเปลี่ยนแปลงคือการฟันฝ่าวิกฤต

ที่มาของข่าว : -- ขออนุญาตคัดลอกเนื้อหาเดิมทั้งหมด --
http://www.osdev.co.th/

"Reduce i-Cost with Thin Solution"
www.thinclientclub.com

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

รายงานวิจัยเผย การกำกับดูแลระบบไอทีให้เหมาะสมปลอดภัย ช่วยสร้างรายได้ให้บริษัท 17% และมีกำไรเพิ่มขึ้น 14%

โดยไอที คอมไพลเอนซ์ กรุ๊ป (IT Policy Compliance Group) เปิดเผยผลวิจัยประจำปี 2551 หัวข้อ "ความเสี่ยง คอมไพลเอนซ์และการกำกับดูแลระบบไอที แนวทางสู่การปรับปรุงธุรกิจและลดความเสี่ยงด้านการเงิน" ทั้งนี้การกำกับดูแลระบบไอที ความเสี่ยงภัยและปรเด็นด้านคอมไพลเอนซ์ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยสร้างสมดุลย์ระหว่างผลตอบแทนทางธุรกิจและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แนวปฏิบัติด้าน IT GRC ( IT Governance, Risk and Compliance) ที่เหมาะสมและลงตัวจะส่งผลต่ออนาคตขององค์กรโดยตรง



รายงานดังกล่าวซึ่งมาจากการสำรวจองค์กรระดับโลกกว่า 2,600 แห่ง ได้ตรวจวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นอันเกิดจากการปรับปรุงระบบด้านการปกป้องข้อมูลด้านคอมไพลเอนซ์ และด้านคุณภาพการให้บริการระบบไอที ซึ่งมีต่อผลการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ อาทิ ด้านความพึงพอใจของลูกค้า การรักษาฐานลูกค้า ด้านรายได้ ค่าใช้จ่าย และผลกำไร

ผลการดำเนินธุรกิจในกลุ่มบริษัทที่มีแนวปฏิบัติที่เหมาะสม:

- รายได้เพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์
- กำไรเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์
- ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์
- ระดับการรักษาฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์
- ความเสียหายด้านการเงินอันเกิดจากการข้อมูลลูกค้าสูญหายหรือถูกขโมย ลดลงกว่า 96 เปอร์เซ็นต์
- โอกาสในการเกิดปัญหาข้อมูลลูกค้าสูญหายหรือถูกขโมยลดลงกว่า 50 เท่า
- ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบด้านคอมไพลเอนซ์ขององค์กรประจำปีลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์


พร้มกันนี้ทาง IT PCG ยังได้ให้คำแนะนำวิธีการในการกำกับดูแลระบบไอทีโดย:

- ใช้บาลานซ์สกอร์การ์ด (Balanced Scorecard) เพื่อปรับปรุงการขับเคลื่อนคุณค่าของระบบไอที
- คณะกรรมการที่กำกับดูแลระบบไอทีควรประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงและสมาชิกทั้งจากฝั่งธุรกิจ การเงิน กฎหมาย ไอที การกำกับดูแล และการตรวจสอบภายใน
- ควรขับเคลื่อนการปรับปรุงผลการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางที่วัดผลได้และมีการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องผ่านการใช้ระบบไอที
- มีการวัดผลและรายงานผลรายเดือนเพื่อติดตามการปรับปรุงในด้านต่างๆ
- ปรับปรุงความชำนาญและนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในด้านการกำกับดูแลระบบไอที การตรวจสอบภายใน และการบริหารความเสี่ยง
- จัดแบ่งและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลสำคัญขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงและต้นทุนที่เกิดขึ้น รับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านการเงินและปัญหาด้านต้นทุนทางธุรกิจ
- ตรวจวัดประสิทธิผลในการควบคุมระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างผลการดำเนินธุรกิจและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
http://www.blogger.com/img/blank.gif
http://www.blogger.com/img/blank.gif
... ครับ ผลสรุปของการวิจัยนี้ อยากฝากเป็นการบ้านให้ท่านผู้บริหารระดับสูง ได้มองลงมาที่ระบบไอทีของบริษัทว่าได้ไปตามหลักการกำกับไอทีที่ช่วยสร้างมูลค่าให้กับองค์กรหรือไม่ ไอทีไม่ใช่เพียงทำงานได้ก็ดีแล้ว มีปัญหาก็แก้กันไปเท่านั้นนะครับ ในโลกของการแข่งขันแบบเอาเป็นเอาตายอย่างนี้แม้มีเพียงบางจุดที่เป็น cost ก็นับว่าอันตรายอย่างยิ่งแล้ว โดยเฉพาะระบบไอที ที่ผลของมันคือ ผลิตข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว ให้ผู้บริหารเอาไปตัดสินใจถ้าระบบเองยังมีความเสี่ยง ก็ไม่อาจจะใช้ข้อมูลที่ได้ไปตัดสินใจอะไรได้ จริงไหมครับ....

ที่มา :
http://www.newswit.com/it/2008-06-04/0442-4266a8efea5a1ebddbc56202317/
IT Policy Compliance Group Research Center
http://www.itpolicycompliance.com/research_reports/

"Reduce i-Cost with Thin Solution"
http://www.thinclientclub.com

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

รัฐบาลกลางของสหรัฐมีแผนลดค่าใช้จ่ายด้านไอที ด้วยเทคโนโลยีคราวน์คอมพิวเตอร์

รัฐบาลกลางของสหรัฐ ได้ตั้งงบประมาณสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศของปี 2012 ไว้ที่ 79,500 ล้านเหรียญ โดยจะใช้ 20,000 ล้านเหรียญในการพัฒนาเทคโนโลยีกลุ่มเมฆ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีกลุ่มเมฆนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไอที สำหรับศูนย์ข้อมูลประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์โดยเรียกกลยุทธ์นี้ว่า "cloud first" ถึงแม้นักธุรกิจเอกชนจะบอกว่าเป็นไปช้าและใช้งบประมาณมากก็ตาม

กลยุทธ์นี้ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายทางด้านไอทีบางส่วนได้ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านเหรียญโดยเป็ฯการรวมระบบสารสนเทศจากหลายหน่วยงานไปทำเป็นระบบเดียวกันที่กลุ่มเมฆ ซึ่งรัฐบาลกลางของสหรัฐมีแผนที่จะปิดศูนย์ข้อมูลของหน่วยงานรัฐบาลกว่า 800 แห่งให้แล้วเสร็จในปี 2015 ด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม : COMPUTERWORLD

เทคโนโลยีกลุ่มเมฆคืออะไร ติดตามได้ที่นี่

By: Mkt
www.thinclientclub.com

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More