Easy Manage , Low Cost , Strong Secutiry

Easy Manage , Low Cost , Strong Secutiry
Thin SolutionSystem Co.,LTD Tel: 083 495 5863

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

รายงานวิจัยเผย การกำกับดูแลระบบไอทีให้เหมาะสมปลอดภัย ช่วยสร้างรายได้ให้บริษัท 17% และมีกำไรเพิ่มขึ้น 14%

โดยไอที คอมไพลเอนซ์ กรุ๊ป (IT Policy Compliance Group) เปิดเผยผลวิจัยประจำปี 2551 หัวข้อ "ความเสี่ยง คอมไพลเอนซ์และการกำกับดูแลระบบไอที แนวทางสู่การปรับปรุงธุรกิจและลดความเสี่ยงด้านการเงิน" ทั้งนี้การกำกับดูแลระบบไอที ความเสี่ยงภัยและปรเด็นด้านคอมไพลเอนซ์ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยสร้างสมดุลย์ระหว่างผลตอบแทนทางธุรกิจและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แนวปฏิบัติด้าน IT GRC ( IT Governance, Risk and Compliance) ที่เหมาะสมและลงตัวจะส่งผลต่ออนาคตขององค์กรโดยตรง



รายงานดังกล่าวซึ่งมาจากการสำรวจองค์กรระดับโลกกว่า 2,600 แห่ง ได้ตรวจวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นอันเกิดจากการปรับปรุงระบบด้านการปกป้องข้อมูลด้านคอมไพลเอนซ์ และด้านคุณภาพการให้บริการระบบไอที ซึ่งมีต่อผลการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ อาทิ ด้านความพึงพอใจของลูกค้า การรักษาฐานลูกค้า ด้านรายได้ ค่าใช้จ่าย และผลกำไร

ผลการดำเนินธุรกิจในกลุ่มบริษัทที่มีแนวปฏิบัติที่เหมาะสม:

- รายได้เพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์
- กำไรเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์
- ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์
- ระดับการรักษาฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์
- ความเสียหายด้านการเงินอันเกิดจากการข้อมูลลูกค้าสูญหายหรือถูกขโมย ลดลงกว่า 96 เปอร์เซ็นต์
- โอกาสในการเกิดปัญหาข้อมูลลูกค้าสูญหายหรือถูกขโมยลดลงกว่า 50 เท่า
- ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบด้านคอมไพลเอนซ์ขององค์กรประจำปีลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์


พร้มกันนี้ทาง IT PCG ยังได้ให้คำแนะนำวิธีการในการกำกับดูแลระบบไอทีโดย:

- ใช้บาลานซ์สกอร์การ์ด (Balanced Scorecard) เพื่อปรับปรุงการขับเคลื่อนคุณค่าของระบบไอที
- คณะกรรมการที่กำกับดูแลระบบไอทีควรประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงและสมาชิกทั้งจากฝั่งธุรกิจ การเงิน กฎหมาย ไอที การกำกับดูแล และการตรวจสอบภายใน
- ควรขับเคลื่อนการปรับปรุงผลการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางที่วัดผลได้และมีการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องผ่านการใช้ระบบไอที
- มีการวัดผลและรายงานผลรายเดือนเพื่อติดตามการปรับปรุงในด้านต่างๆ
- ปรับปรุงความชำนาญและนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในด้านการกำกับดูแลระบบไอที การตรวจสอบภายใน และการบริหารความเสี่ยง
- จัดแบ่งและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลสำคัญขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงและต้นทุนที่เกิดขึ้น รับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านการเงินและปัญหาด้านต้นทุนทางธุรกิจ
- ตรวจวัดประสิทธิผลในการควบคุมระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างผลการดำเนินธุรกิจและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
http://www.blogger.com/img/blank.gif
http://www.blogger.com/img/blank.gif
... ครับ ผลสรุปของการวิจัยนี้ อยากฝากเป็นการบ้านให้ท่านผู้บริหารระดับสูง ได้มองลงมาที่ระบบไอทีของบริษัทว่าได้ไปตามหลักการกำกับไอทีที่ช่วยสร้างมูลค่าให้กับองค์กรหรือไม่ ไอทีไม่ใช่เพียงทำงานได้ก็ดีแล้ว มีปัญหาก็แก้กันไปเท่านั้นนะครับ ในโลกของการแข่งขันแบบเอาเป็นเอาตายอย่างนี้แม้มีเพียงบางจุดที่เป็น cost ก็นับว่าอันตรายอย่างยิ่งแล้ว โดยเฉพาะระบบไอที ที่ผลของมันคือ ผลิตข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว ให้ผู้บริหารเอาไปตัดสินใจถ้าระบบเองยังมีความเสี่ยง ก็ไม่อาจจะใช้ข้อมูลที่ได้ไปตัดสินใจอะไรได้ จริงไหมครับ....

ที่มา :
http://www.newswit.com/it/2008-06-04/0442-4266a8efea5a1ebddbc56202317/
IT Policy Compliance Group Research Center
http://www.itpolicycompliance.com/research_reports/

"Reduce i-Cost with Thin Solution"
http://www.thinclientclub.com

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

รัฐบาลกลางของสหรัฐมีแผนลดค่าใช้จ่ายด้านไอที ด้วยเทคโนโลยีคราวน์คอมพิวเตอร์

รัฐบาลกลางของสหรัฐ ได้ตั้งงบประมาณสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศของปี 2012 ไว้ที่ 79,500 ล้านเหรียญ โดยจะใช้ 20,000 ล้านเหรียญในการพัฒนาเทคโนโลยีกลุ่มเมฆ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีกลุ่มเมฆนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไอที สำหรับศูนย์ข้อมูลประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์โดยเรียกกลยุทธ์นี้ว่า "cloud first" ถึงแม้นักธุรกิจเอกชนจะบอกว่าเป็นไปช้าและใช้งบประมาณมากก็ตาม

กลยุทธ์นี้ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายทางด้านไอทีบางส่วนได้ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านเหรียญโดยเป็ฯการรวมระบบสารสนเทศจากหลายหน่วยงานไปทำเป็นระบบเดียวกันที่กลุ่มเมฆ ซึ่งรัฐบาลกลางของสหรัฐมีแผนที่จะปิดศูนย์ข้อมูลของหน่วยงานรัฐบาลกว่า 800 แห่งให้แล้วเสร็จในปี 2015 ด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม : COMPUTERWORLD

เทคโนโลยีกลุ่มเมฆคืออะไร ติดตามได้ที่นี่

By: Mkt
www.thinclientclub.com

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

Thin Client เหล้าเก่าปรุงใหม่ในขวดใหม่ถูกจัดเป็น ICT Technology Trends สำหรับปี 2011

โดย Gartner ซึ่งเป็นบริษัทผู้วิจัยด้าน ICT ได้ทำนายแนวโน้มเทคโนโลยี ICT ในปี 2011 ไว้สิบข้อที่จะมาและคงอยู่ต่อไป หนึ่งในสิบเทคโนโลยีนั้น Thin Client ได้รับการพูดถึงด้วย....

คุณผู้อ่าน..ท่านที่เคารพครับ

ผมอยากจะไขข้อข้องใจท่านที่ตั้งคำถามว่า "คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่า thin client ที่คุณพรีเซนต์วันนี้ จะมีการซับพอร์ตอยู่ในอีกห้าหกปีข้างหน้า" เป็นคำถามของผู้บริหารท่านหนึ่งในวันที่ผมไปนำเสนอโครงการ "ลดต้นทุนไอทีด้วย thin client"

คำตอบในวันนั้นเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ ในวงกว้าง ผมจึงขอนำมาขยายความเพิ่มเติม ณ ที่นี้ ถือว่าเป็นการเอาเรื่องเก่ามาเล่าให้ฟังใหม่แล้วกันครับ เหมือนกับ thin client ที่่เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ฉันนั้น

ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ได้พูดถึงแนวโน้ม ICT Technology Trends ในการสัมมนาวิชาการประจำปีของ ศวท. 2553 โดยอ้างอิงมาจากการวัจัยของ Gartner สิบเทคโนโลยที่ว่านั้น มีอะไรบ้าง เรามาตามดูกันครับ

1. Cloud Computing การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆที่ไม่ผู้ใช้ไม่ต้องสนใจว่าเครื่อง server ที่ให้บริการนั้นตั้งอยู่ที่ไหน cloud computing ที่เห็นตัวอย่างได้ชัดที่สุดคือ Google Application เครื่องที่ใช้บริการจาก google ไม่จำต้องมี application ติดต้งอยู่เลยก็สามารถใช้ application พวกนั้นได้จาก cloud computer ต่อไปบริษัทไม่จำเป็นต้องมี Server เอง ขอเช่าซื้อจากบริษัทได้ มีเพียงหน้าจออย่างเดียว มีบริการขาย HasS (Hardware) IaaS (Infrastructure) PaaS (Platform) SaaS (Software) คาดว่าในอนาคตจะเติบโตมากเพราะตอบสนองต่อการทำธุรกิจยุคใหม่ที่การตัดสินใจรวดเร็วอย่างกับจรวด ไม่ต้องมาคัดเลือกสรรวาจะวางโครงสร้างเน็ตเวิร์กในองค์กรให้ยุ่งยากอีกต่อไป

2. องค์กรธุรกิจต่าง ๆ หันมาทำตลาดกับพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งมักเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ด้านหลัง เช่น ธนาคาร จากนั้นจะนำมาทำการวิเคราะห์ (mining) เพื่อทำ Business Intelligence โดยใช้โปรแกรม Advance Analytics ดูพฤติกรรมลูกค้า เพื่อจัดบริการให้ตรงตามความต้องการมากขึ้น

3. Client Computing – PC เก่งมากขึ้น ฉลาดมากขึ้น สามารถประมวลผลด้วยเครื่องตนเองได้ เป็นแบบ Thin Client, Zero Client. เพราะ thin client ในสมัยก่อนนั้นยุค terminal ไม่มีสมองคือ CPU เป็นของตนเอง ทำหน้าที่เพียงแสดงผลที่ได้ประมวลมาแล้วจากเครื่อง terminal server เท่านั้น thin client ยุคนี้มีสมอง มีสโตเรจน์ มีการแสดงผลได้ละเอียดขึ้น จนแทบจะกลายเป็นคอมพิวเตอร์ย่อส่วนไปแล้ว จึงมีการใช้งานหลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้าน office และ media ต่าง ๆ เช่นโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ก็ใช้ thin client ทำเป็นตัวแสดงภาพสือโฆษณาออกทีวีตามจุดต่าง ๆ ในโรงแรมโดยใช้ติดตั้ง software ของตนเองลงบน thin client แล้วเกาะไว้ด้านหลังทีวีให้แสดงผลวนเวียนตามปรารถนาได้ทั้งวันทั้งคืน โดยไม่มีอาการแฮงก์เป็นต้น



(รูปภาพจาก http://linuxdevices.com/)

4. IT for Green เกี่ยวข้องกับ Global warming สภาวะโลกร้อนเพื่อลด CO2 จากโลกให้น้อยลง ด้าน IT สามารถช่วยได้ เช่น Smart Grid โรงไฟฟ้าใน US. มีไฟดับ จะตรวจสอบว่ามีการใช้ไฟไปเท่าไหร่ตลอดเวลามีการทำนายว่า ประชากรทำงานผ่าน Internet มากขึ้น ช่วยลดความร้อนลงได้ ต่อไปเมื่อรัฐบาลประกาศใช้การคิดค่าไฟแบบใหม่ที่ใครใช้ไฟมากต้องจ่ายมากออกมาบังคับใช้จริงจัง บรรดาอุปกรณ์ไอทีทั้งหลายที่ไม่เป็นไปเพื่อ for Green คงจะถูกสังคายนากันใหม่แน่นอน


5. Data Center เป็นการนำระบบชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ นำไส่ไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ที่สูง 20-40 ฟุต ช่วยประหยัดไฟ ยกมาเป็นชุดเลย

6. Social Computing มนุษย์สังสรรค์กันผ่านระบบเน็ตเวิร์คด้วย Face book, hi5 ซึ่งมีสมาชิก 350 ล้านคนเสมือนเป็นประเทศที่ 3 รองจากจีน-อินเดีย Social Computing เป็นระบบที่สนับสนุนการเก็บรวบรวมนำเสนอ ประมวลผล ใช้ และเผยแพร่ ตัวอย่างเช่น Wikipedia ในประเทศไทยของก็มี facebook application สำหรับใช้งานในออฟฟิตเฉพาะให้บริการกันแล้วครับ โดยผู้ให้บริการ operator รายหนึ่ง

7. Security ที่ผ่านมามักมีคนคอย hack ระบบคอมพิวเตอร์จึงต้องการให้มีระบบตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา น่าจะเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อไป ตัวอย่างเช่น มีคนเข้าไป hack ข้อมูลโรงพยาบาลในอเมริกา และขณะเดียวกันก็เติบโตไปกับบทบัญญัติที่มากขึ้นในกฏหมายว่าด้วยความผิดต่อคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยด้วย

8. Flash Memory มีราคาลดลง Price per megabyte ลงมาเรื่อย ๆ สื่อมีเดียต่าง ๆ จะถูกจัดเก็บไว้ได้นานขึ้นในอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ เช่นปัจจุบันเราก็เห็น iPAD ที่ความจุดสูง ๆ กันแล้ว

9. Virtualization ใน hardware ของเครื่องคอมพิวเตอร์เดียวกัน สามารถกำหนดให้ run ระบบงานแตกต่างกันได้ เช่น เป็น 2X Application , เป็น Linux เป็น Windows เป็นต้น ก็ในเมื่อเทคโนโลยีของซีพียูมีประสิทธิภาพมากจนใช้งานไม่หมดระบบ Virtualization จึงตอบโจทก์ในการดึงเอาความสามารถที่เหลือของซีพียูและฮาร์ดแวร์อื่น ๆออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

10. Mobile Applications ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับต่อไป mobile จะเหมือน notebook มากขึ้นถึงขนาดจะมาแทน notebook ได้เลยทีเดียว ซึ่งเมื่อมี application ออกมาให้ใช้งานได้ครบถ้วนแทนพีซีหรือโน็ตบุ็คหมดแล้ว ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับระบบ cloud computer ถึงวันนี้แม้ไม่ต้องพัฒนา application ออกมารันบน mobile โดยเฉพาะก็ตาม ก็ยังสามารถใช้โปรแกรมทั่วไปที่ใช้บนพีซีนี่แหละบน mobile ได้โดยผ่านเครื่องมือหลาย ๆ ตัวที่นิยมกันอย่ากมากในขณะนี้ก็คือ 2X Application Server
ผมสรุปและขยายความให้ท่านได้เห็นพอสังเขปส่วนสไลต์ของ ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ก็ดูได้จากที่นี่
ก็น่าจะเป็นข้อมูลให้ท่านที่มอง thin client เป็นแบบเหล้าเก่าในขวดใหม่ ได้เห็นสภาพตามความเป็นจริงขึ้นมาบ้าง

เดี๋ยวนี้ thin client ถึงแม้จะเป็นเหล้าเก่าเมื่อสมัย terminal เขาก็ปรุงใหม่เป็นเหล้าองุ่นชั้นดีแล้ว และดูจะมีอนาคตสดใสตามคำทำนายเสียด้วยซิ

หรือท่านจะเห็นว่าอย่างไร....

www.thinclientclub.com
www.tss-computing.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

Run Windows Apps บนลินุกซ์ใช้ 2X ApplicationServer

หากมีการตั้งคำถามว่า "จะรันโปรแกรมของวินโดวส์บนลีนุกซ์" คุณจะทำยังไง??

แอดมินผู้ปราชเปรื่อง..และมากประสบการณ์ก็ตอบได้ด้วยประสบการณ์เดิมว่า

ก็ใช้ได้ซิ..ผ่าน VM ไงครับ โดยติดตั้ง VMware บน Linux แล้วรัน Windows บน Vmware ทีนี้โปรแกรมอะไรๆบนวินโดสว์ก็รันบนลีนุกซ์ได้แล้ว...

จริงครับ..สมัยก่อนโน้นผมก็ทำแบบนี้ แต่เครื่องที่ลง Vmware ได้นั้นต้องแรงจัด ๆ หากจะใช้งานกันจริงจังเพื่อหนีค่าลิขสิทธิ์ของวินโดสว์ ก็ยังไม่ถูกทางเพราะยังต้องลงโปรแกรม Windows นบ VMware อยู่ดีอีกทั้งหน้าจอที่ได้ก็ไม่เต็มจออีกด้วย ถ้าคิดว่าจะใช้วิธีการแบบนี้กับคอมพิวเตอร์สัก 50 ตัว..แล้วหล่ะก็ หาทางอื่นดีกว่า

ยังมีทางเลือกตอบได้อีกสำหรับแอดมินที่่เป็นสาวกของ Wine ซึ่งเป็นโปรแกรม simulate ทำสภาพแวดล้อมของลีนุกซ์ให้เป็น windows เมื่อหลอกลินุกซ์ด้วย wine ได้แล้วก็ลงแอพพลิเคชั่นต่างๆได้ เดี๋ยวนี้เห็นเขาลงโปรแกรม Office 2010 บน Ubuntu Linux ผ่าน wine กันได้ด้วย ถึงแม้ว่า wine จะมีข้อบกพร่องขนาดไหน เล่นเกมส์ก็ไม่ได้ กราฟฟิคก็ไม่สวย แต่ก็ยังพอไปวัดไปวาได้ แต่หากคิดจะเอา wine มาใช้กันจริง ๆจังใน office คอมพิวเตอร์สัก 50 ตัว คงไม่มีแอดมินคนไหนกล้ารับประกันความชัวร์ได้

ผมยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่เด็ดสะระตี่กว่าสองวิธีข้างบนนั้น สำหรับท่านที่ต้องการลดลิขสิทธิ์ค่า OS Windows โดยใช้ Linux แต่ยังต้องการใช้โปรแกรมต่าง ๆ บนวินโดสว์ได้อยู่ คือเอามารันบนลีนุกซ์ให้ได้ด้วย 2X ApplicationServer

2X Application เป็น Software ประเภทส่งโปรแกรมต่าง ๆไปโชว์ที่หน้าจอของผู้เข้าใช้บริการ โดยเครื่องที่เข้ามาขอเรียกใช้โปรแกรมนั้นไม่จำเป็นว่าจะเป็น Windows,Linux,Mobile หรือ OS อะไรก็ตาม ถ้าคุณขอมา 2X จัดให้ โดยโปรแกรมที่ไปอยู่บนหน้าจอตามคำขอนั้นจะทำงานและถูกประมวลผลบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ 2X สถิตย์อยู่ ไม่ได้ใช้พลังงานของเครื่องที่ร้องขอเข้ามาแต่อย่างใด เพียงแต่อาศัยหน้าจอแสดงผล และขอเมาส์กับคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์ข้อมูลเท่านั้น เครื่องที่ร้องขอเข้ามาใช้บรการจึงไม่จำเป็นต้องมีเสปรคสูง ๆ แต่อย่างใด ปัจจุบันนิยมใช้มากกับเครื่องประเภท Thin Client ที่ไม่มี OS ในการประหยัดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในสำนักงานต่าง ๆ
http://www.blogger.com/img/blank.gif
บริษัทธินโซลูชั่น เขาวางระบบ 2X และ Thin Client มามากกว่าหนึ่งร้อยไซต์แล้ว...

ต้องถามไถ่กันดู ว่าคุ้มจริงไหม ช่วยให้ลดต้นทุนค่าซอฟต์แวร์จริงไหม..

บทความที่นี่เขาแนะนำวิธีติดตั้ง 2X บน Linux ให้เห็นแบบ Step By Step กันเลย

ถ้าสนใจจะลองทำดู

ก็เข้าไปเลยครับครับ ผมจะได้มีเพื่อนที่ใช้ 2X แล้วรักกันไม่ลืมจริง ๆ เพิ่มอีกคน...

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

แปลง PC เก่าให้ใช้งานได้เหมือนใหม่ ด้วย 2x Application Server

คุณผู้อ่าน..ท่านที่เคารพ

หนทางที่จะลดต้นทุนค่าซื้อซอฟต์แวร์ใช้งานในบริษัทมีหลายแนวทางครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Thin Client แทน PC ทั้งหมด หรือเช่าซื้อซอฟต์แวร์ไลเซนต์แบบแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ แบบนี้เมื่อเทียบกับค่าซื้อซอฟต์แวร์ครั้งเดียวจบเลย อาจจะแพงกว่าก็ได้นะ..
ว่าโดยวิธีการแรกคือใช้ Thin Client นั้นทำให้เกิดค่า TCO ในระยะยาวต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ PC การใช้งานก็ไม่ต่างจาก PC มากนัก ถ้าเป็นบริษัที่เริ่มระบบใหม่เลยโดยยังไม่มีเครื่อง PC มาก่อนก็อาจจะตัดสินใจได้ไม่ยากนัก

แต่สำหรับบริษัทที่มีเครื่อง PC อยู่แล้ว นิซิ..หากจะเปลี่ยนเอา Thin Client มาใช้แทนก็ให้เสียดายว่า PC เก่า ๆ เหล่านี้จะเอาไปไว้ไหนดี ขายต่อก็ไม่ได้ราคา จะตัดใจก็ยาก อีแบบนี้ก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เสียที

วันนี้มีทางออกแล้วครับ... สำหรับบริษัทที่ต้องการสัมผัสกับเทคโนโลยีแบบ Thin Client แต่ไม่ต้องการซื้อเครื่อง TC
เอาพีซีเก่าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานนั่นแหละครับ มาแปลงร่างเป็นเครื่อง TC โดยผ่านโปรแกรม 2X Application Server แล้วท่านจะได้เปิดโลกใหม่สัมผัสกับการลดต้นทุนด้านซอฟต์แวร์อย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนก็ได้ ลองดูเถอะครับ

2X Application Server เป็นซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกับ Citrix ที่ให้บริการ Application ตามที่ต้องการเท่านั้น หรือเหมือนระบบคราวน์คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการ application โดยที่ไม่ต้องลง application นั้นบนเครื่องที่ใช้บริการ พวกฝรั่งเขาใช้ศัพท์แสงเวลาพูดถึง 2X Application Server ว่า Application Delivery "คุณต้องการ Application อะไรฉันจะนำส่งไปให้ที่จอของคุณ (โดยที่จอของคุณไม่มีอะไรมาก่อน) งง ไหมครับ

พูดให้ชัดก็คือ 2X Application Server นั้นเขาลงไว้ที่คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ซึ่งคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมี Application ต่าง ๆ เช่น Microsoft Office , Photoshop , Autocad อะไรที่อยากใช้อยากมี อยากให้เป็น ก็ลงไว้ที่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ อ้อ..ซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ด้วยหล่ะ

แล้วก็ลงโปรแกรม 2X Application ไว้ที่คอมพิวตอร์เครื่องนี้

คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ไม่ต้องมี Application อะไรเลยครับ คอมพิวตอร์เครื่องไหนอยากใช้โปรแกรมอะไรบอกมา
เจ้าคอมพิวตอร์ที่ลง 2X Application ก็จะส่ง application ที่คุณร้องขอมาไปให้ใช้งานถึงหน้าจอกันเลย
แบบนี้เรียกว่า application delivery ไหม เหมือนที่บ้านไม่มีพิชซา พออยากกินพิชซาขึ้นมา สั่งปุ๊ป ก็มีคนมาส่งปั๊บ เช่่นกันนั้นแล

หลักการทำงานของ Thin Client ก็คล้าย ๆ อย่างนี้แหละครับ ตรงที่เครื่อง thin client ไม่ต้องมี application อะไรเลย แต่ใช้ได้หมดโดยไปร้องขอเอาจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์นั่นเอง

พอจะเห็นแสงสว่างรำไรแล้วใช่ไหม

แล้วเครื่อง PC เก่า ๆ ก็มาแบบนี้แหละท่านเอ๋ย เพียงแค่ติดตั้งโปรแกรม 2X Application ลงไปเท่านั้น PC ตัวเก่าก็จะกลายเป็นเครื่อง TC ไปโดยปริยาย ระบบการบูตทั้งหมดจนถึงหน้าจอใช้งานเปลี่ยนจาก windows ไปเป็น 2X แบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว



แล้วก็ไปเรียกใช้ application จากเซิร์ฟเวอร์

แล้วมันประหยัดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ยังไง...

อ้าว...คิดดูซิครับ ซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไว้ที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียว ใช้กันได้ทั้งออฟฟิต
แล้วเจ้า PC เก่าแต่ก่อนต้องซื้อ Windows OS เครื่องละ 7000 บาทพอเป็นเป็น 2X ปั๊บเสียต่อเครื่องแค่ 400 บาทเอง

คิดให้ดีๆเถอะครับ... คุ้มหรือเปล่า

หรือไม่ท่านก็ลองสอบถามรายละเอียดกับเราดูก็ได้ครับ




Email to Editor
tawich@tss.co.th
http://www.tss-computing.com/

Thin client computing labs ภายใต้โครงการ ESCUP project ในประเทศกัมพูชา

นักเรียนไทยใช้คอมพิวเตอร์อย่างดีสเปรคสูง ๆ พร้อมกับซอฟต์แวร์เถื่อน ๆ ที่ไม่ยี่หระกับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของชาวบ้านเขา
..อย่าปลูกฝังค่านิยมการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดกันตั้งแต่เด็กเลยครับ... เห็นโรงเรียนในกัมพูชา ถึงแม้เขาจะยากจนกว่าเรามาก แต่มีจิตสำนึกใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง และประหยัดได้ ภายใต้เทคโนโลยี thin client

ดูวิดีโอลิงค์นี้แล้ว คิดกันเองนะครับ....

http://www.youtube.com/watch?v=LI90zhaGqdI


ขอคัดลอกเนื้อหาข่าวมาจาก YouTube ทั้งฉบับโดยไม่ตัดต่อดังนี้

This video highlights a component of World Education's work on the USAID-funded Education Support to Children of Underserved Populations (ESCUP) Project in Cambodia. Thin client computing labs, established under the ESCUP project, help to address many obstacles relating to the provision of IT facilities in Cambodian schools, including cost, energy consumption, and maintenance. This technology, which is cheaper, more efficient, and easier to maintain than traditional computer lab design, has the potential to revolutionize the provision of computer facilities in schools in rural Cambodia. ESCUP, a USAID-funded EQUIP1 associate award, was implemented from 2005 to 2008 by a consortium of organizations led by the American Institutes for Research (AIR) including World Education and the Kampuchean Action for Primary Education (KAPE).

The information provided in this video is not official U.S. Government information and does not represent the views or positions of the U.S. Agency for International Development or the U.S. Government. The content is the responsibility of World Education, Inc., and do not necessarily reflect the views of USAID or the United States Government.

คลิปสงกรานต์สีลม 2554 อย่านำไปเผยแพร่ต่อ ระวังจะติดคุกหัวโตเอาง่าย ๆ นะจะบอกให้

ยังไม่เคยเห็นคลิปฉบับเต็ม ๆ แบบไม่เซ็นเซอร์สำหรับเรื่อง talk of the town สงกรานต์สีลม แค่เห็นในทีวีช่องสามก็จินตนาการไปไกลแล้วครับ...ว่าทำไมรายการข่าวจึงเอาคลิปมาเผยแพร่ยาวววว ขนาดนั้น ทำเป็นรูปภาพประกอบข่าวก็น่าจะพอ..ข่าวนี้ทำเอาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเต้นเป็นยักษ์ตื่นข่าวกันไปหลายคน แน่นอนครับสำหรับการสื่อสารยุคอินเทอร์เน็ตป่านนี้คลิปคงถูกทำสำเนาเป็นล้าน ๆสำเนาแล้วหล่ะมั่ง แต่เดี๋ยวก่อครับ ถ้าท่านมีคลิปเหล่านี้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ดี อยูในอีเมล์ก็ดี อยู่ในเฟสบุ๊คหรืออยู่ในอินเทอร์เน็ตอื่่น ๆ เก็บเอาไว้ดูคนเดียวเถอะครับ อย่าส่งเมล์ต่อเด็ดขาด หรือแม้กระทั่งโพสแปะเป็นวิดีโอลิงค์ไว้ที่ใดที่หนึ่ง ที่คนอื่นจะสามารถเข้าไปดูได้ ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เห็นกระทรวงไอทีซีออกข่าวว่าจะบังคับใช้กฏหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในเคสนี้อย่างจริงจัง โดยผู้ที่เผยแพร่จะมีความผิดตามมาตรา 14 (4)

มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)(๒) (๓) หรือ (๔)

ท่านเผยแพร่คลิปของเขามีสิทธิติดคุกหัวโต ไม่เกินห้าปีนะครับ
แต่สำหรับน้อง ๆ ทั้งหลายที่เป็นเจ้าของในคลิปนั้น

แค่โดนปรับคนละ ห้าร้อยบาทเอง

ในความผิดฐานเปิดเผยของลับในที่ธารกำนัล...

มันคุ้มหรือเปล่า ลองคิดดูเดะ อิอิ.....

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More