Easy Manage , Low Cost , Strong Secutiry

Easy Manage , Low Cost , Strong Secutiry
Thin SolutionSystem Co.,LTD Tel: 083 495 5863

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Remote Office ตอนที่สองว่าด้วยสร้าง File Server บน Internet

คุณผู้อ่าน.. ท่านที่เคารพ

ก็ถึงตอนที่สองของเรื่อง การทำ remote office เพื่อใช้งานออฟฟิตให้ได้ในยุคที่น้ำยังท่วมเจิ่งนองอยู่แบบนี้ครับ ซึ่งตอนนี้จะเป็นเรื่องการแชร์ไฟล์ข้ามอินเทอร์เน็ตระหว่างทีมงาน โดยจะเลือก tools ที่เหมาะสมซึ่งผมจะเปิดเผยให้รู้เช่นเห็นชาติต่อไป

ในออฟฟิตปกติจะมีเครื่องไฟล์เซิร์ฟเวอร์ให้บริการแชร์ไฟล์ ให้พนักงานได้เก็บข้อมูลและแลกเปลี่ยนกับผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการ มีประโยชน์ช่วยให้พนักงานใช้ไฟล์นั้น ๆ ได้จากทุกที่ในออฟฟิต เพราะไฟล์นั้นไม่ได้เก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงานเอง และไฟล์ประเภทฐานข้อมูลต่าง ๆ เช่น Express , CD-Organizer ที่จะต้องถูกเรียกใช้จากโปรแกรมหลายๆเครื่องก็มีความจำเป็นต้องอยู่ในที่ๆ เดียว ที่เครื่องอื่น ๆ จะเข้ามาใช้งาน ซึ่งก็คือไฟล์เซิร์ฟเวอร์นั่นเอง ที่นี้เมื่อต้องทำงานเป็น remote office ต่างคนต่างอยู่คนละแห่ง จะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานเช่นนั้นขึ้นมาได้อย่างไร ?

คำตอบก็คือ ต้องสร้างสถานที่เก็บไฟล์ที่เข้าถึงได้พร้อมกัน โดยเปลี่ยนจากเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทให้เป็นอินเทอร์เน็ต 

เมื่อไฟล์นั้นถูกแก้ไขโดยบุคคลหนึ่ง บุคคลอีกสถานที่หนึ่งก็จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลง และใช้ประโยชน์จากไฟล์นั้นต่อไปได้ทันที โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการ download/upload ให้เสียเวลา พอจะสนใจขึ้นมาบ้างไหมหล่ะครับ

และผมจะแนะนำเครื่องมื่อมหัศจรรย์เรียกว่า Dropbox เพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวให้ท่าน ณ บัดนี้

Dropbox ให้บริการรับฝากไฟล์ต่างๆ มีโครงสร้างเป็น cloud storage อยู่บนอินเทอร์เน็ตรองรับทั้งเครื่องพีซี linux , mac , iPad , iPhone ,Android ต่าง ๆ จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับกล่องไปรษณีย์ที่เราเช่าอยากจะให้ใครส่งจดหมายถึงเรา ก็ไม่จำเป็นต้องส่งมาที่บ้าน ส่งไปที่ตู้ปณ. ที่เราเช่าไว้ ถึงเวลาเราก็ไปเปิด ส่วน dropbox นัยหนึ่งเหมือนตู้ ปณ. ที่ว่านั่น แต่ดีกว่าเยอะตรงที่เมื่อใครส่งไฟล์ไปยัง box ของเรา ๆก็จะได้รับและเห็นไฟล์นั้นแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่ต้องเสียเวลาเข้า website แล้วไปเปิดดูในกล่อง dropbox อีกที

และสิ่งท่ผมเลือก dropbox ให้ท่านก็ด้วยความดีของ dropbox ที่่ยอมอุทิศพื้นที่และคุณสมบัติดีๆให้เราผู้ไม่เคยมีคุณูปการต่อกันมาก่อน ได้ใช้ คือ
  1. FREE — คุณสมบัติข้อนี้สำคัญในช่วงที่่เงินเราหายไปกับน้ำเยอะขนาดนี้เซฟได้ก็ต้อง เซฟครับ dropbox ใจป้ำแจกพื้นที่ให้ฟรีก่อน 2GB เมื่อสมัครครั้งแรก ที่ว่า 2GB ก่อนก็คือคุณหรือเรามีโอกาสขยายพื้นที่่ให้มากขึ้นสูงสุดถึง 8GB ทีเดียวเชียวหล่ะครับท่านโดยแนะนำคนอื่น ๆ สมัคร dropbox ต่อจากเราๆก็จะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกคราวละ 250MB ไปเรื่อยๆจนเต็ม 8GB นั่นแล ถ้าในบริษัทมีพนักงานสัก 24 คนสมัครไขว้กันไปไขว้กันมาเหมือน MLM คุณจะมีพื้นที่ใช้งานฟรี ๆ ในองค์กรเท่ากับ 129GB ภายในชั่วพริบตา โอ้แม้เจ้า.. คำนวณยังไงลองไปแกะดูครับ
  2. ใช้ได้กับ Windows,Mac,Linux,iPad,iPhone,Android และ BlackBerry อืม..มีอีกไหมครับพนักงานของท่านที่ใช้เครื่องมือทันสมัยไปกว่านี้อีก เพิ่มความสะดวกและสบายให้กับการใช้ไฟล์เป็นอย่างยิ่ง ก็ตอนนี้ผมกำลังพูดถึงการเข้าถึงไฟล์แบบ remote office อยู่จึงไม่สามารถกะเกณฑ์ผู้ใช้งานของเราหรือของท่านให้ใช้ windows แบบนั้นแบบนี้ เอาเป็นว่าเขาใช้อะไรเข้าถึงไฟล์และเปิดดูเนื้อหาได้ก็เพียงพอและเจ้า dropbox ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ เลยใช้ได้กับ device สมัยใหม่เกือบจะทุกค่ายเสมอกัน
  3. เข้าถึงไฟล์ได้หลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นผ่าน website หรือ dropbox client ที่เป็นโฟลเดอร์หนึ่งในคอมพิวเตอร์ของเรา การเข้าถึงไฟล์ผ่าน website ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือจะทำให้ dropbox พิเศษแตกต่างจาก cloud storage อื่นๆไปได้และไม่ใช่คุณสมบัติที่เราจะเอามาใช้เป็นไฟล์เซิร์ฟเวอร์ของเราใน ที่นี้ด้วย แต่ dropbox client นี่แหละคือสุดยอดคุณสมบัติที่เหมาะสมและต้องการสำหรับไฟล์เซิร์ฟเวอร์ เจ้า dropbox จะให้ engine ที่เรียกว่า client มาฝังอยู่ทีคอมพิวเตอร์ของเราซึ่งจะทำการเชื่อมโยงไปถึงโฟลเดอร์ต่างๆที่ อยู่ในอินเทอร์เน็ตอัตโมัติ เขาเรียกวิธีการนี้ว่า syschonize เมื่อเราจะเปิดไฟล์ก็ดี เซฟไฟล์ก็ดี หรือจะต้มยำทำแกงกับไฟล์ก็ดี ก็ทำที่โฟลเดอร์ dropbox นั้นโดยตรง ๆ เหมือนกับเปิดไฟล์จากคอมพิวเตอร์ตัวเองนั่นแล ส่วนผลที่จะเกิดนั้นสะเทือนถึงดวงดาวเชียวหล่ะครับ ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดมากขึ้นเมื่ออ่านในข้อที่ 4 ต่อไป
  4. Dropbox transfers just the parts of a file that change (not the whole thing) นี่ยกเอาคำต้นฉบับมาให้อ่านกันเลยว่าการแก้ไขไฟล์ที่คอมพิวเตอร์ของเรา สะเทือนถึงดวงดาวได้ขนาดไหน ไฟล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงใน folder dropbox นั้นจะถูกปรับปรุงเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น ไม่ได้โยนไปโยนมาทั้งลูก ทำให้ไฟล์ได้รับการปรับปรุงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่รองานอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำโน่นก็จะได้เห็นไฟล์ที่เปลี่ยนแปลง แล้วอย่างรวดเร็ว และคุณสมบัติข้อนี้คือ การมีโฟลเดอร์ในคอมพิวเตอร์ได้และ ปรับปรุงเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงนี่แหละเหมาะที่จะวางไฟล์ฐานข้อมูลของ โปรแกรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น CD-Organizer,Express,Payroll ยิ่งนัก
  5. Manually set bandwidth limits — Dropbox won’t hog your connection. ขออีกข้อหนึ่งเถอะครับ ท่านจะได้รู้แจ้งเห็นชาติไปเลยว่าท่านเป็นนายของ dropbox สามารถกำหนดความเร็วในการ transfer ได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าโฟลเดอร์ dropbox จะ synchonize กับ cloud storage อยู่ตลอดเวลา ก็ไม่ได้รบกวนโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ด้วยให้ช้าลงเลย

Dropbox ยังมีคุณสมบัติไม่หมดเพียงเท่านี้นะครับ สำหรับนักพัฒนาแล้วยังมี Dropbox API ที่ทำช่วยท่านเขียนโปรแกรมเรียกใช้พื้นที่ cloud storage ได้อีก เพิ่มความสะดวกและทางเลือกในการเรียกใช้ในแบบฉบับของท่านเองอีกด้วย

ผมยก dropbox มานำเสนอให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าจะสามารถนำคุณสมบัติที่มีอยู่ไปใช้ทำไฟล์เซิร์ฟเวอร์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ อย่างไร เบื้องต้นให้ท่านไปสมัคร dropbox เป็นของตัวเองเสียก่อน แล้วก็อย่าลืมแนะนำเพื่อนๆพนักงานสัก 24 เหมือน MLM เพื่อให้ได้พื้นที่เยอะๆเอามาแบ่งปันกัน การสมัครก็ไม่ยากครับ ง่ายๆพอๆกับสมัคร facebook นั่นเลย แล้วคราวหน้าผมจะมาทำ file server แบบจับมือท่านทำทีละขั้นๆ โดยไม่ต้องเสียตังค์แม้แต่บาทเดียว..

โปรดคอยติดตามครับ..

เอวัง

สมัคร Dropbox ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อารมณ์ขันแฝงปรัชญาของท่าน "วสิษฐ เดชกุญชร" เมื่อ 50 ปีก่อน

คุณผู้อ่าน... ท่านที่เคารพ

ช่วงนี้เครียดกับข่าวน้ำท่วม และจิตใจของเราที่ต้องรอคอยเหตุการณ์บางอย่าง.. จนจะเป็นโรคจิตอ่อน ๆ เข้าไปทุกขณะอยู่แล้ว ก็เผอิญได้เห็นหนังสือเล่มหนึ่งของเพื่อนบ้านที่กำลังเก็บของหนีน้ำอยู่ หนังสือที่มีหน้าปกเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงแบบเรียว ๆ ว่า "วสิษฐ เดชกุญชร" ในบรรทัดแรกและบรรทัดถ้ดมาเป็นตัวพิมพ์สีดำความว่า "รำลึกชาติ (นี้)"  แค่เห็นชื่อผู้เขียน ความปีติก็บังเกิดในจิตใจ รู้สึกเบาหวิวและริงโรดเหมือนเจอคนที่รู้จักและอยากเจอมานานเช่นนั้น ท่านคงเดาได้ถูกว่า ผมต้องขอหยิบยืมหนังสือเล่มนั้น จากเพื่อนบ้านทันที เพื่อ "รำลึกชาติ ถึงท่านวสิษฐ เดชกุญชร" บุคคลที่ผมชื่นชอบในผลงานวรรณกรรมของท่านมาโดยตลอด



อันที่จริงช่วงนี้ เอ.. หรือว่าหลายปีมานี้ อืม.. เอาเป็นว่าตั้งแต่หลุดออกมาจากรั้วมหาลัยที่อุตสาห์อยู่จนครบครบ 4 ปีแล้วนั่นแหละ ผมก็หายไปจากการอ่านวรรณกรรมไปเลย ทั้งนี้มันมีเหตุผลครับ .. ผมต้องใช้สมองซีกซ้ายมากขึ้น ต้องหาเหตุและผลความเป็นตรรกะของงานที่ทำอยู่จนเกือบจะลืมไปว่า ยังมีสมองซีกขวาอีกข้างไว้ใช้งานได้อยู่ ทำให้เมื่อพบเห็นชื่อและหนังสือเล่มดังกล่าว จึงทำให้รู้สึกเบาหวิวและริงโรดอย่างที่บอกไว้นั่นแหละครับ

ผมอ่านหนังสือของท่านวสิษฐ เดชกุญชร อยู่บ้างหลายเล่ม เช่น จันทร์หอม สารวัตรใหญ่ เป็นต้น เรื่องราวส่วนใหญ่ออกไปแนวบู๊ ยิงกันสนั่นเมือง ตลอดทั้งเรื่องคนดีต้องสังเวยชีวิตไปไม่ใช่น้อย จนไม่อยากจะเป็นคนดีเหมือนในวรรณกรรมของท่านไปเลยนั้นเชียว ก็น่าจะสมเหตุผลอยู่ เพราะท่านมีอาชีพเป็นตำรวจนี่ครับ เรื่องราวจึงออกไปในแนวบู๊ล้างผลาญกันอย่างนั้น..

แต่.. เล่มที่ผมอ่านอยู่ "รำลึกชาติ (นี้)" ทำให้ผมได้รู้จักตัวตนของท่านวสิษฐ ในอีกมุมหนึ่งที่แตกต่างออกไปเหมือนเคยรู้จักแต่ซ้าย แล้วมารู้จักขวา หรือเคยเห็นแต่สีขาว แล้วจู่ ๆก็มาเห็นสีดำ ตัวตนที่มีอารมณ์ขันอยู่ในตัวตนของหนังสือและแฝงด้วยปรัชญา แนวความคิดทั้งที่เป็นปัจจุบันและแบบอุดมคติ ทำให้ต่อมความคิดของสมองซีกขวาที่จินตนาการไปในอุดมคติกับสมองซีกซ้ายที่เก็บเอาอุดมคติเหล่านั้นออกมาเป็นตรรก หาเหตุและผลเชื่อมโยงกันเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตปัจจุบัน อยากที่เรียกขานว่า "เป็นคนดี" คนหนึ่งของสังคมนี้ได้เลยทีเดียว

หนังสือ "รำลึกชาติ (นี้)" โดยสำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ครั้งที่สองพฤศจิกายน 2533 ได้รวบรวมเรื่องสั้นที่ท่านเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปิยมิตรวันจันทร์ และหนังสือชาวกรุง ในช่วงปี 2498-2500 เรื่องราวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องสั้นเหล่านี้ยังคงอ่านสนุกได้แม้ในสมัยปัจจุบัน

เรามาลองดูอารมณ์ขันและปรัชญาชีวิตในเรื่องสั้นเหล่านั้นพอเป็นยากระสายกันสักหน่อยประไร

"หมากับผม หรือผมกับหมา" ที่กล่าวถึง บทสนทนาของชายคนหนึ่งกับหมาแปลกประหลาด "หมาทรุดตัวลงนั่งบนสองขาหลัง เอาสองขาหน้ายันพื้นไว้ แล้วมองหน้าผมด้วยแววตากึ่งดูถูกกึ่งสมเพชร "แล้วนี่คุณยังแน่ใจหรือว่า คุณประเสริฐกว่าผม" ผมสะดุ้งสุดตัว...ลุกพรวดพราดยืนขึ้นจ้องดูหมาเจ้าคารมตัวนั้นอย่างเดือดดาล.. ผมแค้นใจจนเกือบจะกลายเป็นหมาไปในชั่วพริบตัวนั้น"

บทเกริ่นนำในเรื่อง "หมากับผม หรือผมกับหมา" อ่านเรื่องสั้นนี้จบแทบจะทำให้ผมเป็นหมา .. เอ้ย..รู้ว่าผมไม่ได้ประเสริฐกว่าหมาในแง่ของการใช้ชีวิตอยู่ด้วยปัจจัยสี่สักเท่าไหร่ หรืออาจจะแย่ไปกว่าหมาด้วยซื้ำ ถ้าหากผมไม่มีคุณธรรมที่ยังคงเรียกตัวเองได้ว่าเป็นมนุษย์ได้ หากท่านคิดว่าตัวเองประเสริฐกว่าหมาก็ลองอ่านเรื่องสั้นนี้ดูครับ... คำตอบจะเปิดเผยตัวมันในใจท่านเองครับ

หรือ "กำเนิดของสังคม" ที่พวกเราชอบอ้างว่าสังคมนั้นเป็นอย่างนี้ สังคมนี้เป็นอย่างนั้น ประเทศชาติต้องประชาธิปไตย ประชาธิปไตยดีที่สุด เมื่ออ่านเรื่องนี้จบ ท่านจะเห็นจุดยืนของท่านและมุมมองประชาธิปไตยแตกต่างไปจากที่มหาลัยสอนและนักการเมืองชอบกล่าวอ้างกันเสียจริง ๆ

"นายเป็นพวกบ้าประชาธิไตย และบ้าชนิดที่เกือบจะแก้ไม่หายแล้วด้วย นายปล่อยให้ความเห็นคนส่วนมากเป็นนายความเห็นของตนเองจนถึงขนาดที่ว่า ถ้าคนหมู่มากชี้มือไปที่คนคนหนึ่งแล้วบอกนายว่า นั่นคือหมา นายก็คงต้องยอมเชื่อโดยปราศจากความสงสัย"

หรืออีกหลายเรื่องที่มีอารมณ์ขันในตัวอักษรและแฝงความคิดอันทันสมัย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า 50 ปีที่แล้วเรื่อง UFO หรือมนุษย์จากดาวอังคารจะเป็นเรื่องธรรมดา ๆ มากที่ท่านวสิษฐได้เอามาผูกเรื่องไว้ใน "คนดีของศรีประไพ"  หรือจะเรื่องหักมุมสุดขั้วบวกกับลบกันเลย ก็เรื่อง "เหตุเกิดบนสะพานใหม่" ที่สะท้อนให้เห็นเบื้องลึกของจิตใจมนุษย์คนหนึ่งเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสถานการณ์นิดเดียว การตัดสินใจในเรื่องที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นได้เสมอ.... เหมือนผู้ชายกับผู้หญิงซึ่งต่างไม่รู้จักกันเลยบนสะพานพุทธแห่งนั้น..

ยังมีอีกหลายเรื่องครับ ก็เกริ่นไว้ให้รับรู้พอเป็นยากระสาย ท่านสนใจก็ลองหาหยิบยืม.. หรือจากร้านขายหนังสือเก่า ๆ ดู ส่วนเล่มนี้เห็นทีผมจะนำไปคืนเจ้าของก่อน

ประเดี๋ยวน้ำมาของที่ชาวบ้านบริจาค เอ็ย... หนังสือจะเปียกเอาไปคืนเจ้าของเขาไม่ได้

เอวัง..

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Remote Office ยุคมหาวิกฤตภัยน้ำท่วมตอนที่ 1 Writeboard

คุณผู้อ่าน…ท่านที่เคารพครับ


ในสถานการณ์น้ำท่วมกันเป็นเดือนแบบนี้ การเข้าทำงานในบริษัทเห็นจะเป็นเรื่องวุ่นวายมาก ทั้งการเดินทางและความปลอดภัย แต่ว่าธุรกิจมันไม่หยุดอยู่กับน้ำนี่ครับ มันยังคงดำเนินต่อไปตามวัฏจักรของการทำมาหากิน พวกเรามนุษย์ทำงานเองนี่แหละที่จะต้องหาวิธีปรับตัวทำงานให้ได้กับสถานการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะงานออฟฟิตที่เรียกกันว่า Back Office ทั้งหลายที่ไม่ได้ยุ่งกับเครื่องจักรกลใด ๆ เลย นอกจากคอมพิวเตอร์และเอกสารต่าง ๆ เท่านั้นจึงสามารถจะทำงานที่ไหนก็ได้ เมื่อก่อนก็เคยมีแนวความคิดให้ทำงานที่บ้านบ้าง เข้างานเป็นเวลาบ้าง สิ่งที่น่าสนใจก็คือเมื่อต้องทำงานร่วมกับคนอื่นในบริษัท การแชร์ไฟล์ การใช้ข้อมูลร่วมกัน ที่เป็นสิ่งจำเป็น หากอยู่ในบริษัทเรามีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ มีซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลที่ใช้ได้ แล้วทีนี้อยู่ที่บ้านเราจะมีข้อมูลร่วมกันกับคนอื่น เราจะเข้าถึงซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลนั้น ๆ ร่วมกันได้อย่างไร?

ทำงาน Remote Office สุขสบายกว่าเป็นไหนๆ

เอาหล่ะ ไหน ๆ ผมได้เสนอปัญหาให้คุณผู้อ่าน..ท่านที่เคารพได้เห็นภาพแล้ว อย่ากระนั้นเลยครับ ผมขอเสนอวิธีการที่่จะทำให้บริษัทของท่านได้ทำงาน backp office ในสถานการณ์น้ำท่วมขังแบบนี้ได้ โดยจะแบ่งเป็นสามหัวข้อที่เกี่ยวกับการทำงานในออฟฟิตมากทีสุดคือ

1.การทำงานร่วมกันที่ต้องแสดงความเห็นต่าง ๆ การสร้างแผนงาน การตามงาน การสรุปผลงานต่าง ๆ เช่น team, หัวหน้าสั่งงานลูกน้อง,ตามงานไปถึงไหนแล้วเป็นต้น

2.การต้องใช้แชร์ไฟล์ข้อมูลร่วมกัน เช่นการคีย์ข้อมูลในไฟล์เดียวกันเป็น work flow ของ process งานบางอย่างที่ต้องคีย์ลงไปในไฟล์เดียวกันจากหลายๆหน่วยงาน เป็นต้น

3.การใช้ Software ที่จำเป็นในออฟฟิตเช่น บุคคล,เงินเดือน,บัญชี,ERP ต่าง ๆเป็นต้น

โดยสมมุติฐานว่าท่านได้ปิด office แล้วแต่พนักงานยังต้องได้รับเงินเดือนและทำงานกันอยู่ แต่ต่างคนต่างอยู่ครับ การสั่งการทางโทรศัพท์ก็ดี ทางอีเมล์ก็ดี ทำมาหมดแล้ว งานก็ยังไม่ค่อยจะเดิน เดี๋ยวผมจะเสนอวิธีการที่เด็ดกว่านี้ให้ทราบครับ

สั่งการด้วยเอกสาร แน่นอนกว่า ถ้าให้ดีมันต้องสื่อสารได้ทั้งสองทิศทาง

ใช่แล้วครับ ในการทำงานร่วมกันเป็นทีม การสื่อสารมีความสำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีสื่อแบบไหน เป้าหมายก็คือต้องให้ผู้รับสารเข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องใช่หรือไม่ และในขณะที่สือสารออกไปนั้นผู้รับสารต้องมีช่องทางตอบกลับเพื่อยืนยันสารอย่างรวดเร็วอีกด้วย จากสมมุติฐานข้างต้นที่ทุกๆคนมองไม่เห็นหน้ากันเหมือนอยู่ในออฟฟิต ผมอยากแนะนำให้ใช้ writeboard ในการสื่อสารในอีกช่องทางหนึ่งแทนโทรศัพท์และ E-Mail ทั่วไป

Writeboard เป็น web-based text document ที่สำหรับให้เขียนข้อความ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารทางธุรกิจ โบว์ชัวร์ soucce code  แล้วแชร์ให้กับ team เข้ามาร่วมเขียน แสดงความคิดเห็นในเอกสารนั้นได้ โดย save เอกสารนั้นเป็น release ย้อนกลับไปยังเวอร์ชั่นก่อนหน้า และเปรียบเทียบกันได้ และยัง export เอกสารที่ทำเสร็จแล้วไปเป็น textfile และ html ได้ด้วย ที่สำคัญที่สุดก็คือ Writeboard FREE และใช้งานง่ายมาก


โธ่..ถังกะอีแค่ web ให้เขียน text file ธรรมดาๆมันจะต่างอะไรกับ webboard ของเชยๆ แบบนี้จะแนะนำให้เอามาใช้กับ business เลยหรือ???

คุณอาจจะคิดแบบนี้ก็ได้ครับ ใช่แล้ว writeboard ก็เป็นพื้นที่ให้เขียน text  ธรรมดานี่เองหน้าตาออกจะเชยๆอย่างที่ว่ามานั่นแหละ แต่เดี๋ยวก่อน ใน writeboard เขาบอกว่าเหมาะสมกับบุคคลที่ทำอาชีพต่อไปนี้

Writeboard is perfect for… Authors, journalists, PR folks, editors, and publishers Bloggers or freelance/independent writers Letter writers, songwriters, poets, comedians, creatives Students, professors, and groups collaborating on a paper …and plenty more! Writeboard is great for personal and business use

ดูเหมือนอาชีพเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับการเขียน และเอกสารทั้งนั้น แล้วเจ้าเอกสารนี่ถ้าเขียนไปเรื่อย ๆ เหมือน microsoft word มันก็มีแต่เวอร์ชั่นเดียว หากต้องการ save ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ต้องเลือก save as เป็นอีกไฟล์หนึ่ง ส่วน writeboard นี่ซิครับถ้าคุณจะ save เขาให้เลือกว่า save เป็นเวอร์ชั่นใหม่หรือจะ Minor edit เท่านั้นไม่ต้อง save เป็นเวอร์ชั่นใหม่ โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานเป็น team จะเข้าใจเรื่อง release ดี ใครกันที่เขียน code ใหม่และ code ก่อนหน้าเป็นอะไร code ที่เขียนเข้าไปใหม่แตกต่างจาก code เดิมอย่างไร?

เห็นไหมครับ wirteboard เหมาะกับ programmer เป็นไหนๆ นักข่าวที่ต้องส่งข่าวให้บอกอก็ดี นักเรียนที่ต้องเขียนรายงานร่วมกันเพื่อนก็ดี นักประพันธ์ นักกลอน นักๆๆๆๆ….. ก็ดี ถ้าต้องการเขียนเอกสารและตรวจสอบเวอร์ชั่นย้อนกลับได้ ว่าที่ฉบับที่่ผ่านมากับฉบับปัจจุบัน แตกต่างกันอย่างไร writeboard นี่แหละเหมาะสมแล้วครับ

แล้วจะมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน office ยุคมหาวิกฤตนี้ได้ยังไง

ท่านลองคิดดูครับว่า ท่านสั่งการเป็น e-mail การ feedback กลับมาเป็นไงบ้าง? ส่งเมล์แล้วหายวับ… หลายวันจึงตอบกลับมา หรือส่งเมล์แล้วท่านก็ต้องโทรศัพท์ตามและสั่งการด้วยวาจาอีกรอบ...

ลำพังแค่แชร์ให้เพื่อนร่วมงานมาดูและแก้ไขเอกสารได้ พร้อมกับสามารถเก็บเวอร์ชั่นให้ตรวจสอบย้อนหลังได้อีก ก็น่าจะเพียงพอแล้วนะ.. แต่ wrieboard ยังไม่หมดเท่านั้นนะซิครับ ยังประยุกต์ใช้ในแบบ business เต็มตัวด้วยการทำงานเป็น collaborative โดยพ่วงกับ backpackit ที่คุณ ๆสามารถสร้างการทำงานเป็นทีมโดยมี ปฏิทินเวลา , บันทึก , แผนงานที่จะทำในแต่ละวัน , file shareing และ document ด้วย writeboard นี้ ทำให้การทำงานเป็นทีมไม่ตกหล่น และตรวจสอบแผนงาน เสนอความคิด โต้แย้ง แก้ไขกันได้ในปัจจุบันทันด่วนทีเดียว แต่ backpackit นั้นเสียตังค์ค่าบริการรายเดือนนะครับ มีฟรีบ้างเหมือนกันแต่ใช้ได้แค่สองคนเท่านั้น

ผมว่าในการทำงานที่เป็นการสั่งงาน การเขียนโปรแกรมร่วมกันเพียงเท่านี้ใช้ writeboard ให้ถนัด ๆ คล่อง ๆ ก็น่าจะเพียงพอ สำหรับปฏิทินและการแชร์ไฟล์ร่วมกันนั้นผมจะแนะนำให้ใช้ tools อีกตัวหนึ่งในบทความถัดไป

รับรองว่าท่านไม่เสียตังค์แม้แต่บาทเดียวครับ…

วิธีการใช้ writeboard

1. เข้าเว็บไซต์ http://www.writeboard.com
2. บรรเลงงานลงไปได้เลยครับ ที่ Creae a writeboard
2.1 เขียนหัวข้องานหรือเอกสารที่ 1. Name the writeboard
2.2 ใส่พาสเวิร์ดที่ต้องการ ให้จำด้วยนะที่ 2. Assign it a password เอาไว้ให้ท่านเข้ามาแก้ไขเอกสารคราวหน้าครับ
2.3 Enter your email address จากนั้นตอน I agree to the terms. 

แล้วเริ่ม Create the Writeboard ได้เลย

หน้าตาของ board สำหรับเขียนข้อความก็จะประมาณนี้ครับ


เสร็จแล้วคุณจะแชร์งานกับใครก็คลิกเลือก Invite People ที่มุมขวาด้านบนครับ คนที่ได้รับคำเชิญจะสามารถเข้ามาดูและแก้ไขงานได้โดยไม่ต้องมีพาสเวิร์ด

หรือจะให้คนรับเชิญมา comment ซึ่งตรง comment นี่แหละครับ เอามาประยุกต์สั่งการและติดตามงานกับเพื่อนร่วมทีมได้ ชี้โพรงให้แล้ว... ขอให้สนุกกับการใช้ให้ลืมว่าน้ำท่วมอยู่กันไปเลยนะครับ

อิอิ
https://www.facebook.com/#!/pages/Thin-Solution-Systems-Co-Ltd/212015452200712

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เข้าใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นผ่าน Chome Remote Desktop Google คุณกำลังคิดอะไรอยู่ครับ?

คุณผู้อ่าน... ท่านที่เคารพ

เมื่อผมจะ support คอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้า ก็ใช้แต่ teamviewer เพราะใช้งานง่าย และควบคุม desktop ของเครื่องปลายทางได้อย่างดี ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผมเอาชีวิตรอดได้ในงานแก้ปัญหา อันจะละเลยบุญคุณไปไม่ได้

แต่ teamviewer ของกระผมก็ใช่ว่าจะใจดี มีเมตตาสักเท่าไหร่หรอกครับ เพราะลงผิดตัวเป็น commercial เมื่อไหร่ละก็พวกให้ใช้ได้แค่สามสิบวันเท่านั้นแถมหมดแล้วลงใหม่ก็ไม่ได้ หากไม่เจ๋งจริงคงต้องฟอร์แมตแล้วลงวินโดวส์กันใหม่เลย เพื่อให้เจ้าพ่อประคุณ Teamviewer เขาลงใหม่ได้

วันนี้ได้อ่านข่าวชิ้นหนึ่ง "เขาบอกว่า Chrome ได้ออก Remote Desktop Extension เพื่อแชร์การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับคนอื่น ๆ"

แชร์คอมพิวเตอร์นะครับ ไม่ใช่แชร์แค่ resource บางอย่าง หมายความว่าคนอื่นสามารถเข้าถึงและใช้เมาส์คีย์บอร์ด ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม ต่าง ๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราได้ เหมือน remote desktop ของ windows แต่เจ๋งกว่าเพราะ remote desktop เมื่อคนอื่นเข้ามาก็จะ lock ไปอยู่หน้า login ใช้ได้ทีละฝั่งเท่านั้น แต่ Chome Remote Desktop ไม่ใช่อย่างงั้น ทั้งสองฝั่งใช้ได้พร้อมกันเลย เหมือนกับ teamviewer

โอ.. แบบนี้แล้วจะเอา teamviewer ผู้มีพระคุณของผมไปไว้ที่ไหนหล่ะคุณ google


กระผมคนพุทธ ลูกศิษย์พระ ผู้มีกาลามะสูตรอยู่ในหัวใจ ถ้าไม่ได้ทดลองคงไม่เชื่อง่าย ๆว่าจะเป็นดังนั้น อย่ากระนั้นเลย ลองทดสอบดู เขาให้ทำดังนี้ครับ


1. เปิดโปรแกรม Chrome แล้วเข้า Chrome Store ค้นหา extension ชื่อว่า Remote Desktop พบแล้วให้คลิกติดตั้งได้เลย อ้อโปรแกรมจะให้ใส่ Gmail ด้วยครับ และขึ้นคำเตือนว่า จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณถูกควบคุมได้ทุกอย่าง จะยอมไหม... ติดตั้งก็เพียง next , next ต่อไปจนจบ


Chome Remote Desktop Extension


2. Chrome จะเป็นแทบใหม่โชว์ ให้คลิกเปิด Chrome Remote Desktop ที่หมวด Apps ซึ่งจะนำพาท่านเข้าสู่การแชร์คอมพิวเตอร์ ถึงตรงสำคัญแล้วครับ


2.1 คลิกเลือก "แบ่งปันคอมพิวเตอร์เครื่องนี้" เมื่อต้องการให้คนอื่น (อย่างผมเนี่ย) เข้ามาควบคุม ซึ่งจะ generate code ออกมาให้ชุดหนึ่ง แล้วให้คุณบอกผม.. เอ้ย..บอกคนอื่นครับ
2.2 คลิกเลือก "เข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ใช้ร่วมกัน" ในกรณีที่คุณจะขอเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ซึ่งจะเปิดหน้าต่างให้คีย์ code ที่ได้มาจากข้อ 2.1 นั้น


หมายความว่า Chome ทั้งฝั่งเปิดแชร์และฝั่งควบคุมต้องติดตั้ง Chrome Remote Desktop ทั้งคู่นะครับ



3. เมื่อทั้งสองฝั่งพร้อมแล้ว ก็เริ่มกันได้เลยครับ หน้าจอทั้งหมด (Desktop) จะโชว์ที่ Tab Chrome ณ บัดเดี๋ยวนั้นเลย อยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตด้วยนะ สามารถใช้เมาส์คีย์บอร์ดเปิดโปรแกรมต่าง ๆ เข้าไปในฮาร์ดดิสก์ได้อย่างง่าย ๆ เลย

ถือว่าผ่านการทดสอบตามหลัก กาลามะสูตรมาเรียบร้อย ก็ให้นึกสงกาว่า Google มี extension นี้แล้วจะถือว่าครอบงำตลาด remote desktop หรือไม่ เพราะใช้งานฟรี และการทำงานหลายอย่างก็ออกมาเหมือน teamviewer เป๊ะเลย ทั้งการทะลุผ่านไฟล์วอลล์และการ genkey แต่ทีม develop ของ Chrome ก็บอกมาครับว่าใช้ เครื่องมือ library ต่าง ๆ ดังนี้

The protocol is something we designed and based on several google
technologies:
1. Bottom layer is p2p connection established by libjingle, this can be udp,
tcp or relay through google.
2. We use PseudoTcp implementation in libjingle to provide reliable
connection.
3. On top of that is SSL connection.
4. protobuf is used for structured data and framing.
5. Graphics is encoded using VP8.

อย่างไรก็ตาม teamviewer ของผมก็ยังมี File Transfer เด็ด ๆกว่าอยู่ ยังตัดกันไม่ขาด แต่ถ้าหากหมดอายุอีกเมื่อไหร่ แล้วให้ผมลง windows ใหม่ละก็ ฮึ่ม...

เอวัง...

ข่าวที่มาครับ
http://www.brianmadden.com/blogs/brianmadden/archive/2011/10/10/google-launches-chrome-remote-desktop-full-desktop-sharing-via-chrome.aspx#comments

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

PC 500 ล้านเครื่องในโลกนี้จะรัน Android Appps ได้แล้ว ด้วย Bluestack

Picture From http://www.bizjournals.com/
  
Rosen Sharma, CEO of BlueStacks: “There are 500 million PCs out there today, and hopefully this will run on all of them.”

คุณผู้อ่าน... ท่านที่เคารพ

ผมมันคนรัก notebook ไม่ว่าจะใช้ android หรือ iPad อย่างไร ก็ยังรักที่จะใช้ notebook อยู่ดี ด้วยเหตุที่หน้าจอมันใหญ่กว่า การพิมพ์ก็ง่าย  แต่... เมื่ออยู่กับงานข้างนอก Android กับ iPad ก็ตอบสนองงานได้สะดวกกว่า notebook ก็คิดอยู่ว่า ถ้ามีใครสักคนทำให้ Applications ของ android รันบน notebook จะขอคารวะให้สักสิบจอก...

และแล้วคุณ Rosen Sharma ก็ทำความคิดของผมให้เป็นจริงโดยออกตัวโปรแกรม Bluestack ที่จำลองหน้าจอของ Android มาไว้บน windows ซึ่งทำให้รันโปรแกรมต่าง ๆ ของ Android บนพีซีได้ และยังโอนโปรแกรมที่อยู่บน Android เข้ากับพีซีได้อีกด้วย... แจ่มไหม

Bluestack เปิดเป็นเวอร์ชั่น Alpha อยู่และให้ดาวน์โหลดได้ฟรี ที่ http://www.bluestacks.com/home.php ไฟล์ประมาณร้อยกว่าเมก ดาวน์โหลดมาแล้วให้ติดตั้งได้เลย ตัวโปรแกรม Bluestack จะเป็น Gadgets หนึ่งให้เลือกออกมาโชว์ที่มุมขวาบนหน้าจอได้เลย



เปิดโปรแกรมโดยการคลิกซ้ายที่ Bluestack Gadgets ซึ่งจะสไลต์หน้าเอาโปรแกรมและเกมส์ต่าง ๆ ของ android ที่ติดั้งมาให้ฟรีพร้อมกับตัวติดตั้งออกมาแสดง คลิกเลือกเปิดใช้งานได้เลยครับ หน้าแรกจะเป็นแบบ original screen ถ้าต้องการเปิดเต็มจอก็คลิกปุ่มเต็มเจอได้เลย สะดวกสบายแก่สายตายอย่างยิ่ง

ถ้าต้องการโปรแกรม android เพิ่มจาก Android Store ก็เลือกที่ Get More Apps ซึ่งจะเปิด browser เข้าไปยัง Adnroid Store คุณสามารถเลือก subscripe โปรแกรมที่มีไว้ให้แล้วฟรีๆ ได้เลย โดยการคลิก subscripe ประเดี๋ยวหนึ่งโปรแกรมนั้นจะถูกติดตั้งที่พีซีและแสดงสถานะให้ทราบ พร้อมกับเปิดใช้งานได้โดยผ่านแถบสไลต์ของ Bluestack Gadgets ตามเคย

นอกจากนี้คุณ ๆ ยังสามารถโอน Application ไปยังพีซีได้โดยผ่าน Bluestack Cloud ก็ให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งที่เครื่องแล้วเจ้าตัว bluestack cloud จะเชื่อมต่อกับ android ของคุณดึงเอาโปรแกรมมาแสดงที่ gadgets บนวินโดสว์อย่างง่ายดาย

ดาวน์โหลด Cloud Connect
http://channels.bluestacks.com/home/cloud-connect
สำหรับตระกูล MAC และ Linux ต้องรอไปก่อนครับ

อย่ามองว่า bluestack เป็นเพียงของเล่นๆนะครับ เพราะ Cirtix ตาไว ใจกล้า ได้จับเอา Bluestack เป็น plug-in ใน Citrix Receiver เพื่อทำหน้าที่ส่ง Android Application ไปให้กับ device ปลายทางเรียบร้อยแล้ว ทำให้สาวกของ citrix ได้เพิ่มมูลค่าการทำงานของตนเองด้วย application หลากหลายมากยิ่งขึ้น กล่าวโดย Citrix CEO Mark Templeton announced at Citrix Synergy in San Francisco

ขอให้มีความสุขกับการทดสอบใช้โปรแกรมในวันหยุดนี้นะครับ....
เอวัง


วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ใช้โปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือสำนักงานผ่าน iPad ได้ง่าย ๆ ทุกที่ในโลก

คุณผู้อ่าน... ท่านที่เคารพครับ

จะมีสักครั้งไหม ที่ท่านต้องการใช้โปรแกรมที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือที่สำนักงานอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่ตัวท่านไม่ได้อยู่หน้าเครื่อง ถ้าเคยหรืออยากจะเคย วันนี้ผมมีเทคนิคดี ๆ จะแนะนำครับ เอาให้มันอินเทรนต์แบบฮิต ๆ หน่อย ก็ให้ใช้โปรแกรมบนพีซีผ่าน iPad , iPhone ไปเลย...

ก่อนอื่นทีคอมพิวเตอร์ของท่านให้เปิด Remote Desktop เสียก่อน ซึ่งมีมาอยูแล้ว Windows 7 และ WindowsXP ในที่นี้จะสาธิตวิธีทำบน Windows7 ให้มันทันสมัยหน่อย

1. คลิกขวาของเมาส์ไปที่ไอคอน My Computer ให้เกิด popup menu แล้วเลือก Properties ซึ่งอยู่ในอันดับสุดท้าย
2. จะเปิดหน้าต่าง Properties ขึ้นมาให้ท่านมองไปทางด้านซ้ายมือหน่อยครับหาหัวข้อ "Remote Settings" ให้เจอแล้วคลิกเลย
3. อย่างฉับพลันทันใดจะเปิดหน้าต่าง remote settings ขึ้นมาให้ท่านเลือกคลิกถูกที่หัวข้อ

Remote Assistance
คลิกเลือก Allow Remote Assistance connections to this computer

Remote Desktop
เลือก Allow connections from computer running any version of Remote Desktop

เรียบร้อยแล้วสำหรับ windows




4. ที่ตัวเราท์เตอร์ต่ออินเทอร์เน็ตของท่านให้เปิด การ forward port โดยชี้ port 3389 ไปยังหมายเลขไอพีของคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ของท่าน (วิธีการทำ forward port) แต่ละยี่ห้อดูได้จากที่นี่ครับ..

5. อย่าลืมเปิดตัวเราท์เตอร์ให้ใช้ service DynDNS ด้วยนะครับ ขั้นตอนนี้ดูได้จากที่นี่ครับ

6. พระเอกของเรา iPad ให้ไปดาวน์โหลด 2x Application จากที่นี่ (ฟรีนะครับ)


ทำการติดตั้ง แล้วกำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้

Server : ชื่อ dyndns ตัวเราท์เตอร์ของท่าน
username : ชื่อ login คอมเพิวเตอร์ที่บ้าน
Passsword: password คอมเพิวตอร์ที่บ้าน อีกนั่นแหละ
Port : 3389

ประเดี๋ยวเดีวท่านก็จะได้หน้าจอคอมพิวเตอร์ของท่านไปโชว์ที่ iPad พร้อมสรรพสำหรับการใช้งานแล้ว เสมือนหนึ่งมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว


 
อ้อ... อย่าลืมเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านเอาไว้ด้วยหล่ะ เพราะคุณไม่สามารถใช้โปรแกรมใดๆได้ในขณะที่คอมพิวเตอร์ดับอยู่

จริงไหม...

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

โรงเรียน Telfair Georgia เลือกใช้ 2X เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษา

โรงเรียน Telfair ในระดับ K-12 (ประมาณมัธยม 6) ซึ่งเป็นโรงเรียนชนบท ได้ประสบกับความท้าทาย ที่จะสร้างโอกาสทางการเรียนให้กับนักเรียนของตนเสมอเท่ากับโรงเรียนอื่น ๆ ในเมือง ได้เลือกเอา 2X Published Application และ 2X ThinClientServer เป็นตัวช่วยให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลในห้อง LAB หรือจาก FTP ในโรงเรียนได้จากสถานที่ต่าง ๆ ช่วยให้การเรียนการสอนระหว่างครูกับนักเรียนสะดวกมากยิ่งขึ้น

"เทคโนโลยีแรกที่พิจารณาก็คือ Citrix ซึ่งมีคุณสมบัติมากมายที่ไม่ได้ใช้แต่ต้องจ่ายในราคาเต็ม เกินความจำเป็น"

"คุณภาพของโซลูชั่นต้องอยู่บนพื้นฐานที่โรงเรียนมัธยมจะจ่ายได้ในงบประมาณด้านไอทีที่มีจำกัด"

"2X มีคุณสมบัติและการให้บริการที่เหมือนกับ citrix ทั้งตรงกับความต้องการใช้งานในโรงเรียน ภายใต้งบประมาณไอทีที่ต่ำกว่า citrix และการใช้งานที่ได้มานั้น ช่วยให้ประหยัดงบประมาณลงไปได้อีก 50% จากงบไอทีที่ตั้งไว้อีกด้วย"



Dallas, Texas, November 4, 2009 – As a rural Georgia school district, Telfair County Schools was faced with the challenge of affording its students the same educational opportunities as other, wealthier school districts, who routinely provided their students with advanced technology offerings. To match the capabilities of peer districts, Telfair chose to deploy a 2X ApplicationServer solution, along with the 2X ThinClientServer, to guarantee reliable remote application access to their schools’ computer labs and FTP system. Use of the solution will allow students the use of quality published applications in school computer labs, while providing teachers access to critical files and applications outside the classroom.

David Walker is Telfair County Schools’ Director of Technology, who monitors the technology requirements of the district’s elementary, middle and high school. Due to the district’s small size, up until this year, David has run his department single-handedly, making the search for a straightforward, easy-to-manage connection broker solution a critical pursuit. David first considered using a Citrix solution, claiming that the product was “feature rich, but came with a cost that far outweighed any potential benefit we would receive from the solution.” Wanting to maximize benefits for the district’s students on a fixed IT budget, David began investigating more cost-effective options, eventually settling on a 2X solution. He states that while he “was impressed with the Citrix features list, 2X has a great product as well, and was able to meet every requirement we were looking for, at a much lower cost.” As a result, rather than paying additional hardware and licensing costs, he is now saving “well over 50% from our original costs,” significantly more than what was possible using a Citrix solution.

In deploying his 2X solution, David purchased both the 2X ApplicationServer and the 2X ThinClientServer, to provide effective remote application access while effectively converting his existing desktops to function as thin clients. He chose to install the 2X ApplicationServer to 12 terminal servers, with a total of 9 Windows 2003, 32-bit and 3 Windows 2008, 64-bit servers. While initially choosing the Virtual Iron virtualization platform, he explains that he is in the process of switching to a VMware platform, specifically considering VSphere 4. Despite changes in virtualization platforms and the number of users serviced, David notes that 2X’s per-server license model and virtualization platform-independent design ensure that he can service as many users as possible from his 2X server with no required licensing changes or virtualization platform integration problems. This flexibility has created a “powerful, yet simple solution” that he can “trust completely.”

Apart from providing significant cost savings and improving remote application publishing reliability, David boasts that choosing 2X provided his district with specific advantages when compared to his original solution. Though he admits that other solutions also provided a broad array of features, David claims a defining advantage of his 2X solution is the “simple, straightforward way it performs the functions it’s designed to perform.” Speaking to IT professionals in other districts, David became aware of the lengthy process required to complete Citrix installations, noting that to install their solution properly, Telfair would “need a lot more hardware, and the solution would take far more upkeep to maintain.”
David notes that though it’s a feature-rich solution, if he had continued with his original Citrix choice, he “didn’t know that it would’ve done everything we were expecting,” claiming that the simplicity of 2X solutions “ultimately makes them the better product.” Use of his 2X solution thus gives David little day-to-day stress in meeting the needs of Telfair’s students. Based on the success of his 2X experience so far, he explained that this year, he would like to “make applications available to students at home, allowing them to continue to have access to teaching materials after the end of the school day.” He explains that as long as his server can handle additional users, his 2X ApplicationServer solution can bear the heavier load with ease, making hardware capabilities the only limit to network expansion.

ที่มา
http://www.2x.com/blog/2009/11/news/telfair-county-schools-trusts-2x-for-educational-excellence/
For more information, please read the case study

ก็ให้คิดถึงการศึกษาบ้านเราครับ..
ข่าวที่จะแจก tablet ให้กับนักเรียตั้งแต่ชั้นประถมเลยนั่น ทางโรงเรียนมี content หรือ software ที่จะให้ tablet เหล่านั้นเรียกใช้งานหรือยังครับ... ใช่แต่ว่ามี hardware แต่ไม่รู้จะใช้ content ที่ไหน.. นี่แหละคนรวยจริง ๆ

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More